CDC

เด็กที่ติดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาเร็วที่สุด

เด็กในสหรัฐอเมริกาที่ป่วยหนักจากอาการไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ H1N1 นั้นจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ซึ่งมีแนวโน้มที่จะช่วยชีวิตไว้ได้ โครงการให้การศึกษาแก่สาธารณะชนเกี่ยวกับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้นถูกแปลเปลี่ยนให้เข้าใจง่ายและรวดเร็วในการรักษาด้วยยา ทามิฟลู (tamiflu) จากบริษัท Roche AG และบริษัท Gilead Sciences Inc

ทาง กรมควมคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) เผยว่าโดยปกติแล้ว 20% ของเด็กที่ป่วยหนักด้วยไข้หวัดจะได้รับการรักษาด้วยยา Tamiflu หรือยา Relenza แต่ในปีนี้มีมากกว่า 80% ที่ต้องได้รับยา ซึ่งนี้หมายความว่าแพทย์ได้รับข้อความสัญญาณแล้วว่าถ้ามีเด็กที่ป่วยหนักนั้นจำเป็นต้องได้รับยารักษาทันที

การให้ยาวันแรกหรือวันที่เริ่มมีไข้นั้น ยา Relenza หรือ tamiflu นั้นสามารถลดอาการของป่วยได้อย่างมาก ส่วนยาอย่าง peramivir ที่ถูกจัดอยู่ในยาระดับ 3 นั้นถูกระบะให้ใช้ในเวลากรณีฉุกเฉินโดยการฉีดเข้าสู่ร่างกายในผู้ป่วยที่มีอาการป่วยในภาวะวิกฤติเท่านั้น

CDC ยืนยันพบ H1N1 ดื้อยาแล้วในผู้ป่วย 4 ราย

การทดสอบนั้นถูกทำขึ้นโดย Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ของสหรัฐอเมริกา ในภารกิจที่ต้องยืนยันตามที่ผู้เชี่ยวชาญการติดเชื้อของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Duke ได้ยืนยันการแยกเชื้อจากผู้ป่วย 4 รายที่ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผลการทดสอบพบว่า เชื้อไวรัสเหล่านี้ดื้อยา oseltamivir (Tamiflu) แล้ว

2 กรณีของเชื้อ H1N1 ที่ต้านทานยา oseltamivir ที่ถูกแยกเชื้อมานั้น มาจากการรายงานที่นอร์ธ แคโรไลนาเหนือเมื่อช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา

สหรัฐอเมริกาทุ่มอีก 1 พันล้านดอลลาห์ในการวิจัยวัคซีนไข้หวัด

สหรัฐอเมริกาจะทุ่มอีก 1 พันล้านเหรียญสหรัฐในการวิจัยเพื่อผลิตวัคซีนสำหรับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไข้หวัดหมู (H1N1) นี้จะเป็นเงินก้อนที่จะทุ่มลงไปในงานวิจัยวัคซีนของไวรัสนี้ ด้านสภาคองเกรสมีความเห็นไปในทางเดียวกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่านี้ต้องงานที่มาก่อนเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อให้ชาวสหรัฐอเมริกามีความปลอดภัยและไม่มีกังวล

ภาพนักวิจัยเตรียมตัวเพาะเชื้อไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ เพื่อนำมาเตรียมทำวัคซีน ในห้องทดลองที่ Wuhan

แผนงานน

รหัสพันธุกรรมระบุว่าไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น ไม่ได้ใหม่อย่างที่คิด

การวิเคราะห์พันธุกรรมของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไวรัสไข้หวัดหมู H1N1 สายพันธุ์ใหม่ แสดงให้เห็นว่าเกิดการหมุนเวียนไม่สามารถตรวจจับได้เป็นเวลาหลายปี โดยเฉพาะในหมู ซึ่งหมูนั้นถูกระบุว่าเป็นแหล่งแพร่ระบาดของโรคสู่มนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

องค์การควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริการะบุว่าจากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโลกนั้นต้องการระบบในการตรวจตราไข้หวัดในหมูที่เป็นระบบมากขึ้น ซึ่งรายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร Science

นักวิจัยยืนยันการผสมของยีนไวรัสในมนุษย์ หมูและนกอยู่ในไวรัสตัวใ

ผู้เชี่ยวชาญจำแนกสารที่อาจสู้กับไข้หวัดนกได้

ผู้เชี่ยวชาญในฮ่องกงแลสหรัฐอเมริกาได้ค้นพบสารส้งเคราะห์ที่ปรากฏว่าสามารถหยุดการจำลองตัวเองของเชื้อไข้หวัด รวมถึงเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 การค้นหาสารที่เป็นตัวยับยั้งนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมาเพื่อนำมาเป็นสารเพื่อการผลิตยา เหมือนอย่าง oseltamivir ซึ่งเป็นยาที่ไม่ได้ผลแล้วต่อไวรัสไข้หวัด อย่างเช่นไข้หวัดตามฤดู H1N1 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญต่างตั้งคำถามว่ายาจะออกฤทธิ์ได้ดีและยาวนานแค่ไหนในการต่อต้านไวรัส H5N1 เมื่อเกิดการระบาดครั้งใหญ่

ภาพจำลองการจับของสาร

นักวิทยาศาสตร์พบไวรัสอีโบล่าสายพันธุ์ใหม่

นักวิจัยรายงานการค้นพบไวรัสอีโบล่าสายพันธุ์ใหม่ โดยมีชื่อว่า Bundibugyo ebolavirus ซึ่งได้รายงานเรื่องนี้ลงวารสารวิชาการ PLoS Pathogens ซึ่งไวรัสตัวนี้เป็นสาเหตุของไข้เลือดออกที่ระบาดทางตะวันตกของประเทศอูกานดาเมื่อปี 2007 และได้ถูกจำแนกโดยนักวิจัยจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในแอตแลนตา สถาบันวิจัยไวรัสอูกานดา และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

อีโบล่าเมื่อติดมนุษย์แล้วจะเป็นเหตุให้เป็นโรคที่ร้ายแรง ซึ่งยังไม่มีวิธีการรักษาหรือวัคซี

วัยรุ่นล้มเหลวในการใช้ถุงยางกับคู่ตัวเอง

จากการรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค รายงานว่าประมาณ 1 ใน 4 ของวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกาติดเชื้อผ่านทางเพศสัมพันธ์ (sexually transmitted disease (STD)) ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าปัจจัยหลักน่าจะมาจากความล้มเหลวที่วัยรุ่นหลายคนไม่ยอมใช้ถุงยางที่เหมาะสมและทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ จากงานวิจัยล่าสุดทำให้เห็นถึงภายในปัจจัยในการจูงใจให้ใช้ถุงยางอนามัยในวัยรุ่น นักวิจัยจากศูนย์วิจัยเด็กแบรดลีย์ ฮาสโบร และสถาบันอีก 3 แห่งได้ออกสำรวจวัยรุ่นมากกว่า 1,400 คนและวัยรุ่นตอนต้

duocore