Harvard University

ฟลาโวนอลของโกโก้ทำให้เลือดในสมองไหลเวียนดีขึ้น

ฟลาโวนอลของโกโก้ เป็นสารเฉพาะที่พบในธรรมชาติของโกโก้เท่านั้น ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มการหมุนเวียนโลหิตในสมอง จากรายงานในวารสาร Neuropsychiatric Disease and Treatment ซึ่งนักวิจัยชี้ถึงผลระยะยาวในการเพิ่มการหมุนเวียนโลหิตในสมองโดยมีผลต่อพฤติกรรมการจำมากขึ้น ซึ่งทำให้เป็นทางเลือกในการนำมาใช้ในการรักษาภาวะจิตเสื่อมและ อาการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ทำการศึกษาด้านสุขภาพของคนชรา อายุ 59 ถึง 83 ปี โดยพบว่าผู้ที่ดื่มโกโก้ที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอลที่ผลิตโดยบริษัท Mars Incorporated Cocoapro® จะมีการเพิ่มขึ้นของการหมุนเวียนโลหิตในสมองหลังจาก 1 สัปดาห์ 8% และ 10% หลังจากดื่ม 2 สัปดาห์

นักวิจัยหยุด HIV ในหนูดัดแปลงให้เหมือนมนุษย์

นักวิจัยรายงานได้ต่อต้านการแพร่เชื้อภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอชไอวี (human immunodeficiency virus - HIV) ในหนูที่เรียกว่า humanized mice ที่ติดเชื้อเอชไอวี นักวิจัยใช้เทคนิคที่เรียกว่า RNA interference หรือ RNAi เพื่อจับกับยีน 3 ชนิดที่พบในเซลล์ที่ติดเชื้อ โดยการบล็อกไม่ใช้เชื้อเข้าสู่เซลล์อื่น

อาร์เอ็นเอไอทำงานโดยการปล่อยอาร์เอ็นเอเส้นเล็ก ๆ ซึ่งจะไปรบกวนการสร้างโปรตีนที่เฉพาะเจาะจง ทำให้ยีนนั้นหยุดการทำงานไป นั้นคือโปรตีนเอชไอวีที่อันตรายนั้นไม่ถูกสร้าง

ยีนทำให้ผู้หญิงที่เป็นไมเกรนมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและการอุดตันของเส้นเลือดมากขึ้น

ผู้หญิงที่มีอาการไมเกรนที่มีอาการทางสายตา (aura) จะสามารถมีโอกาสเป็นโรคหัวใจและโรคเส้นเลือดอุดตันได้สูงขึ้นจากการมียีนบางยีน ซึ่งนี้เป็นผลจากการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงหัวข้อ Neurology® ในวารสาร American Academy of Neurology

ในการศึกษานี้นักวิจัยติดตามสตรีผิวขาวกว่า 25,001 คนที่มีอาการโรคหัวใจ รวมถึงโรคหัวใจล้มเหลวและเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งมีสตรี 18% ที่มีอาการไมเกรนมาก่อน และ 40% ยังมีอาการไมเกรนอยู่ รายงานว่ามีอาการไมเกรนกับอาการรบกวนการมอง อธิบายได้ว่ามีอาการทางประสาทประมาณ 30 นาทีและอาการนั้นจะรบกวนการมองเห็น ซึ่งจากการตรวจสอบทางพันธุกรรมพบว่ามีความแปรผันที่ยีนของ methyleneterahydrofolate reductase

อาหารจากถั่วเหลืองทำให้สเปิร์มลดลง

ผู้ชายที่รับประทานอาหารที่มีถั่วเหลืองประมาณครึ่งหนึ่งในแต่ละมิ้อของแต่ละวัน จะมีความเข้มข้นสเปิร์มต่ำกว่าผู้ชายที่ไม่ได้กินอาหารจากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นการรายงานที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Human Reproduction และในการศึกษายังพบว่าความเกี่ยวข้องทั้ง 2 จะเห็นได้ชัดในผู้ชายที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน โดยได้ทำการศึกษาในมนุษย์กลุ่มใหญ่เพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างน้ำกามกับ phytoestrogen (สารของพืชที่มีคุณลักษณะเหมือน oestrogen) นักวิจัยมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดพบว่า ผู้ชายที่รับประทานอาหารจากถั่วมาก จะมีสเปิร์มจำนวน 41 ล้านตัวต่อมิลลิลิตรซึ่งน้อยกว่าผู้ชายปกติที่ไม่ได้รับประทานถั่วเหลืองมาก (ผู้ชายปกติมีสเปิร์ม 80-120 ล้านตัวต่อมิลลิลิตร)

นักวิจัยสร้างหลอดเลือดจากเซลล์ต้นกำเนิดในหนูที่โตแล้ว

นี้เป็นครั้งแรก ที่นักวิจัยประสบความสำเร็จ ในปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดมนุษย์ลงในหนูให้เจริญกลายไปเป็นเส้นเลือดที่ทำงานได้ นี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาวิธีการทางคลินิกในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และได้รายงานเรื่องนี้ลง วารสาร Circulation Research: Journal of the American Heart Association

โครงสร้างอันซับซ้อนของหลอดเลือด รูปจาก bbc.co.uk

สเต็มเซลล์ในสมองสามารถปลุกให้ตื่นได้

นักวิทยาศาสตร์คันพบโมเลกุลที่มีความสามารถในการตอบสนองในการทำให้สเต็มเซลล์ในสมองตื่นหรือหลับได้ ซึ่งหากสเต็มเซลล์นี้ตื่นจะสามารถกลายเป็นเซลล์ประสาทเพื่อช่วยซ่อมแซมสมองได้ ตามรายงานในวารสาร PNAS

หนทางใหม่ในเรื่องต้นกำเนิดของเซลล์

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้สร้างแบบจำลองในต้นกำเนิดของเซลล์ว่าเป็นอย่างไร หรือที่รู้จักในชื่อว่า “โปรโตเซลล์” (Protocell) ซึ่งมีความสามารถในการ สร้าง คัดลอก และเก็บดีเอ็นเอได้

เนื่องจากไม่มีอะไรที่เป็นหลักฐานในเรื่องเซลล์แรกของโลก นักวิทยาศาสตร์จึงได้มีโครงการ โปรโตเซลล์ เพื่อสร้างหนทางที่เป็นประโยชน์ในการศึกษาว่าเซลล์มีที่มาอย่างไร และมีปฏิสัมพันธ์อย่างไร กับสิ่งแวดล้อมเมื่อสามพันห้าร้อยล้านปีที่แล้ว ซึ่งได้รายงานผลการทดลองลงวารสารวิชาการ Nature ไปแล้ว

ใครจะต้องการเซ็กซ์ เมื่อขโมยดีเอ็นเอได้

สิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ในน้ำทำให้นักวิทยาศาสตร์ทึ่ง เพราะมันดำรงชีวิตโดยปราศจากการมีเพศสัมพันธุ์เพื่อสืบพันธุ์ และสามารถดำรงเผ่าพันธุ์ได้อย่างดี โดยการขโมยดีเอ็นเอจากสิ่งมีชีวิตอื่น นักวิทยาศาสตร์พบดีเอ็นจาก แบคทีเรีย รา และพืช ไปรวมกันอยู่ในสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า bdelloid rotifers ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะละทิ้งการมีเพศสัมพันธุ์ของตัวมันเองไปเมื่อ 40 ล้านปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้รายงานลงวารสาร Science

มลพิษทางอากาศส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อเลือดแข็งตัว

การหายใจเอามลภาวะทางอากาศเข้าไปจะมีผลเพิ่มความเสี่ยงต่อการแข็งตัวของเลือดในหลอดเลือดได้

การที่โดนโมเลกุลสารเคมีขนาดเล็กที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงมีผลทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคปอดอยู่แล้ว แต่จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า มลภาวะทางอากาศสามารถมีผลต่อการเกิด deep-vein thrombosis หรือโรคชั้นประหยัด ซึ่งเป็นการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึกของขาเช่นเดียวกับที่เกิดบนเครื่องบินชั้นประหยัด ซึ่งสารเคมีในมลภาวะในอากาศจะไปทำให้เลือดเกิดการเหนียวตัวขึ้นจนจับตัวแข็งได้ นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาประชากร 900 คนในประเทศอิตาลี พบว่าประชากรที่อยู่ในถิ่นที่มีมลพิษสูงจะมีอัตราการเกิดลิ่มเลือดในขาสูงขึ้นเช่นกัน และพบว่าใน 10 ไมโครกรัมต่อตารางเมตรขอการเพิ่มขึ้นมลภาวะอากาศจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคชั้นประหยัดถึง 70% โดยที่ค่ามาตรฐานจะอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อตารางเมตร รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสารวิชาการ Archives of Internal Medicine

ก้นใหญ่ใครว่าไม่มีประโยชน์

รายงานการวิจัยล่าสุดบ่งชี้ว่าการที่มนุษย์มีบั้นท้ายใหญ่นั้น กลับช่วยป้องกันให้เราไม่เป็นเบาหวาน โดยนักวิจัยกล่าวว่า ไขมันที่สะสมใต้ผิวหนัง กลับช่วยให้มีความอ่อนไหวต่อการรับรู้ฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นตัวควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

Syndicate content