global warming

ฮอร์โมน RbST ลดโคนมกระทบสิ่งแวดล้อม

จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์แนล ภาคการผลิตนมช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ โดยให้ฮอร์โมน Bovine Somatotropin (rbST) สังเคราะห์ กับโคนม ซึ่งจะทำให้โคนมให้นมได้มากขึ้น พร้อมทั้งใช้ทรัพยากรในการผลิตลดลงและลดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ทะเลเป็นกรดมากขึ้นอาจจะส่งผลถึงสิ่งมีชีวิตในทะเล

จากข่าวใน Jusci ที่ว่าการใช้ครีมกันแดดอาจจะส่งผลให้ปะการังเกิดการฟอกสี มีผลการศึกษาใหม่จากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาชี้ว่าการที่น้ำทะเลเป็นกรดมากขึ้นอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์โลกร้อน ก็ส่งผลกระทบถึงสิ่งมีชีวิตในทะเลเช่นกัน

ปรากฏการณ์โลกร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อน้ำทะเลอย่างน้อยสองรูปแบบคือ ทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้นและทำให้น้ำทะเลเป็นกรดมากขึ้น น้ำทะเลอุ่นขึ้นกว่าปกติก็เป็นผลมาจากการที่อุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้น รวมถึงการที่น้ำทะเลได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรงมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศที่สูงขึ้น ก็ส่งผลทำให้นำทะเลเป็นกรดมากขึ้นเพราะด้วยอากาศที่ร้อนขึ้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สามารถลงไปผสมกับน้ำทะเลได้ดีขึ้น ถ้าใครยังจำที่เรียนในวิชาเคมีได้ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อรวมกับน้ำ จะได้กรดคาร์บอนิก ซึ่งการที่น้ำทะเลมีความเป็นกรดมากขึ้น ก็ส่งผลถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในท้องทะเลโดยตรง เช่นจากผลการศึกษา พบว่าทะเลฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกามีความเป็นกรดมากขึ้น และทำให้ปะการังในแทบนั้นเริ่มมีการฟอกสีให้เห็นแล้ว ซึ่งนักวิจัยจาก NOAA ก็ชี้ว่าสิ่งมีชีวิตในทะเลที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตเป็นส่วนผสมในเปลือก เช่น ปะการัง หอย และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เป็นต้นสายของห่วงโซ่อาหารจะได้รับผลกระทบโดยตรง

สภาวะโลกร้อนทำให้ภูเขาเขียวขึ้น

ภูเขาในสวีเดนหลาย ๆ ลูกดูเหมือนจะเขียวมากขึ้นในช่วงหลาย ๆ ปี เพราะว่าสภาวะอากาศที่อุ่นขึ้นทำให้ต้นไม้เขตร้อนหรือเขตอบอุ่น เช่น ต้นโอ้ก หรือว่า เมเปิ้ล สามารถเติบโตได้ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ในระดับความสูงดังกล่าวปกติแล้วจะเป็นป่าแบบแอลไพน์ (พวกต้นสนทั้งหลาย) ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลถึงการเจริญพันธุ์ของต้นไม้แบบแอลไพน์ทั้งหลาย ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่าถ้าสภาพอากาศยังเปลี่ยนแปลงในทิศทางแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ในปี ค.ศ. 2100 เราอาจจะไม่เห็นยอดเขาโล่ง ๆ ที่ปกคลุมด้วยป่าแบบแอลไพน์อีกต่อไป แต่จะเห็นเป็นยอดเขาสีเขียวที่มีแต่ต้นไม้ปกคลุมหนาแน่นแทน

หมีขั้วโลกถูกประกาศให้เป็นสปีชีส์ที่ถูกคุกคาม

วันนี้พิมพ์ข่าวโลกร้อนสองข่าวติดเลยแหะ รัฐมนตรีมหาดไทย (Interior Secretary) ของสหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้หมีขั้วโลกเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกคุกคาม (threatened) ภายใต้กฏหมายสปีชีส์ที่อยู่ในอันตราย (Endangered Species Act) โดยชี้ว่าการที่ทะเลน้ำแข็งที่มหาสมุทรอาร์คติกมีขนาดลดลงเพราะปรากฏการณ์โลกร้อนอาจจะทำให้หมีขั้วโลกสูญพันธุ์ภายในสี่ทศวรรษ

ผลงานวิจัยใหม่ชี้ชัดมนุษย์เป็นสาเหตุของโลกร้อน

มีงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ซึ่งได้ศึกษาผลกระทบของปรากฏการณ์โลกร้อนในระดับทวีป ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการศึกษาในระดับที่กว้างใหญ่เช่นนี้ โดยการศึกษานี้ได้เชื่อมโยงผลกระทบของโรคร้อนต่อปรากฏการณ์หลาย ๆ อย่าง เช่น การย้ายถิ่นที่เร็วขึ้นของผีเสื้อในแคลิฟอร์เนียหรือว่าการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของต้นสนในมองโกเลีย แต่ที่สำคัญคือ งานวิจัยนี้ชี้ว่ากิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุหลักของปรากฏการณ์โลกร้อน

แมลงในเขตร้อนเผชิญกับภาวะสูญพันธุ์

แมลงหลายสายพันธุ์เผชิญกับภาวะสูญพันธุ์ในสิ้นศตวรรษนี้เมื่อพวกมันไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นได้ นักวิจัยนำโดยมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้พบว่าแมลงในเขตร้อนมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมาก และปรากฏว่าแมลงในเขตเหนือเส้นละติจูดมีการเจริญพันธุ์มากขึ้น ซึ่งนี้ส่งผลต่อการขยายพันธุ์พืชและอาหารของโลก

Syndicate content