global warming

อุณหภูมิเฉลี่ยโลกอาจสูงจนทำลายสถิติในปี 2010

หน่วยงานด้านสภาพอากาศของอังกฤษ (Met Office) ได้ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จนทำลายสถิติที่มาในปี 2010 การพยากรณ์อากาศของปีหน้านี้คาดว่าโลกจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยนในปี 2010 อยู่ที่ 14.58 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย (14.0 องศาเซลเซียส) ที่มีมาอยู่ 0.58 องศาเซลเซียส

ทางหน่วยงานระบุว่า การผสมของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการที่อุณหภูมิในมหาสมุทธแปซิฟิก อุ่นขึ้นเป็นผลผลักดันให้ปีหน้าโลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยนที่สูงที่สุดอยู่ที่ 14.52 องศาเซลเซียสในปี 1998 จากการที่นักวิทยาศาสตร์​ของหน่วยงานได้แสดงผลของการพยากรณ์อากาศออกมาพบว่าโลกเรามีอุณหภูมิสูงขึ้น 0.6 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดในช่วงปี 1961-1990

ชาวออสเตรเลียเรียกร้องให้รัฐดำเนินการเรื่องสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

ผู้เดินขบวนนับพันคนได้ชุมนุมทั่วออสเตรเลียเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมต่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง การเดินขบวนของ National Climate Emergency ได้เรียกร้องให้ทางการออสเตรเลียนั้นเป็นผู้นำในการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมในการประชุมสหประชาชาติด้านสิ่งแวดล้อมในเดิือนธันวาคมนี้ที่กรุงโคเปเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมยังต้องการที่จะให้ออสเตรเลียยุติการพึ่งพาถ่านหินราคาถูกและมีจำนวนมากมายด้วย ซึ่งประเทศออสเตรเลียเป็นประ

สถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกผลักดันให้กลุ่ม G8

สถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มประเทศที่มีความร่ำรวยและกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วนั้นต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนไปใช้การใช้พลังงานที่คุ้มค่าและเศรษฐศาสตร์แบบการใช้คาร์บอนต่ำเพื่อกำขัดผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศ

แถลงการณ์นี้ได้ส่งให้ประเทศพัฒนาแล้ว 8 ประเทศหรือกลุ่ม G8 รวมถึงประเทศที่มีการพัฒนาของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วซึ่งได้แก่ บลาซิล จีน อินเดีย เม็กซิโกและแอฟริกาใต้ ซึ่งสถาบันการศึกษาเรียกประเทศเหล่านี้ว่ากลุ่ม [G8+5](http

นักวิจัยเรียกร้องให้ทั่วโลกช่วยติดตามสิ่งมีชีวิตบนโลก

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์เรียกร้องให้ประชาชนทั่วโลกในการช่วยรวบรวมข้อมูลการติดตามของสิ่งมีชีวิตบนโลกเพื่อเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง ตั้งแต่ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศต่อสิ่งมีชีวิต จนถึงฝูงแมลงที่อาจทำลายไร่นาได้ ผ่านมายังอินเทอร์เนต

นักวิจัยจาก Encyclopedia of Life (EOL) ที่ตั้งอยู่ที่สถาบันสมิทธ์โซเนียน ที่วอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา หวังว่าจะมีคนกว่าล้านคนที่จะส่งข้อมูลให้ ซึ่งหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์นั้นมีความพร้อมที่จะทำงานในการเชื่อมข้อมูลของฐานข้อมูลสัตว์และพืชจากคอมพิวเตอร์นับพันเพื่อให้กลายเป็น "การติดตามเสมือน"

การทดสอบเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนได้เริ่มขึ้นแล้ว

เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนแบบใหม่ได้เริ่มทดสอบขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ ซึ่งจะได้ใช้ร่วมโรงงานถ่านหิน เครื่องมือทดสอบขนาด 30 ตันจะมาจัดการก๊าซปริมาณ 1,000 ลูกบาศ์กเมตรต่อชั่วโมงที่ปล่อยออกมาจากโรงงานไฟฟ้า

คาร์บอนไดออกไซด์จะถูกกำจัดออกด้วยสารเคมีและเปลี่ยนรูปไปเป็นของเหลวเพื่อเอาไปเก็บไว้ใต้ดิน รัฐบาลอังกฤษได้อนุมัติการเดินหน้าการทำงานสำหรับโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งจะทำให้สามารถจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้

นักวิทยาศาสตร์ได้มุ่งเป้าไปยังวิธีการดักจับคาร์บอนและเก็บในกระบวนหลังการเผาผลาญ ([carbon capture and storage (CCS)](http://en.wik

มลพิษอาจมาช่วยต่อสู้กับโลกร้อนได้

มลพิษทางอากาศอาจช่วยมาต่อสู้กับสภาวะโลกร้อนด้วยการช่วยเพิ่มความสามารถให้ต้นไม้ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้น งานวิจัยได้พบว่า ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมา ระดับมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นนั้นช่วบส่งเสริมการผลิตของพืชมากถึง 25% ในรูปแบบของคาร์บอนไดออกไซด์นี้ ซึ่งหมายถึงคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากขึ้นถึง 10% ที่จะถูกกักเก็บในพื้นดิน รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร Nature

เป็นข้อสรุปทั่วไปที่รู้ว่าพืชจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในที่ที่มีแดดจ้า แต่นักวิจัยพบว่าข้อสรุปนี้ไม่เป็ยจริงเสมอไป งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าป่าและพืชทางเกษตรกรรม

แม่น้ำสายสำคัญของโลกกำลังเหือดแห้ง

ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญของโลกกำลังมีการลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญตลอด 50 ปีที่ผ่านมา นักวิจัยสหรัฐกล่าวว่าการไหลของน้ำที่ลดลงมีส่วนเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศและอาจมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับการเจริญเติบโตของจำนวนประชากร

บริเวณเดียวที่มีการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำอย่างมีนัยยะสำคัญนั้นคือขั้วโลกเหนือซึ่งเกิดขึ้นจากการที่หิมะจำนวนมากและนำ้แข็งเกิดการละลาย รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร American Meteorological Society's (AMS) Journal of Climate

จากแม่น้ำเหลืองในทางตอนเหนือของประเทศจีนจนถึงแม่น้ำคงคาในอินเดียจนถึงแม่น้ำโคโรราโด้ในสหรัฐอ

การใช้ชีวิตแบบทศวรรษที่ 1970 ช่วยปกป้องโลกได้

การกลับไปมีรูปร่างผอม เหมือนวันวานที่ผ่านมาในช่วงทศวรรษที่ 1970 นั้นอาจช่วยให้สามารถต่อสู้การสภาวะอาการเปลี่ยนแปลงได้ การเพิ่มขึ้นของคนที่มีน้ำหนักเกินและอ้วนในอังกฤษ นั้นหมายถึงว่าประเทศมีการให้อาหารเพิ่มขึ้นกว่า 40% เปรียบเทียบกับเมื่อปี 40 ปีที่แล้ว

ซึ่งนี้เปรียบได้เท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณ 60 ล้านเมกะตันต่อปี ค่าขนส่งประชากรที่อ้วนนั้นนี้ก็ได้ถูกรวมเข้าไปด้วย รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสารนานาชาติ Journal of Epidemiology

นักวิจัยจากวิทยาลัยสุขภาพและเวชศาสตร์เขตร้อนของลอนดอน ได้ทำการค

เมืองใหญ่ทั่วโลก เริ่มปิดไฟ

ในขณะที่เขียนข่าวอยู่นี้ ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าก็จะได้เวลา Earth Hour ซึ่งเป็นเวลาประหยัดพลังงานโลก ผู้คนหลายล้านกว่าทั่วโลกกำลังจะเริ่มปิดไฟเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ซึ่งเป็นการประหยัดพลังงานเพื่อพยายามเป็นการป้องกันสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง การเริ่ม Earth Hour เริ่มที่เมืองซิดนีย์เป็นประเทศแรกเมื่อ 2 ปีก่อนโดยนักรัณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องการลดการใช้พลังงานลง

จุดประสงค์ของงานนี้คือการสร้างกระแสกดดันครั้งใหญ่ต่อสาธารณชนในการร่วมประชุมที่โคเปเฮเกนเมื่อปีก่อนเพื่อมองหาทางรักษาสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ

การปิดไฟนี้คาดว่าจะเมืองร่วมมากว่า 3,400 เมืองและเมืองใหญ่กว่า 88 ประเทศ

หน้าร้อนที่ซิดนีย์ปี 2060 อาจเป็นหน้าร้อนมรณะ

มีการทำนายว่าหน้าร้อนที่ซิดนีย์ในปี ค.ศ.

duocore