cancers

ชาเขียวอาจป้องกันมะเร็ง

นักวิจัยมหาวิทยาลัยไต้หวันเผยการดื่มชาเขียวอาจให้การปกป้องจากการเป็นมะเร็ง จากการวิจัยล่าสุดในคนมากกว่า 500 คนนั้นให้หลักฐานที่เพิ่มขึ้นว่าเครื่องดื่มนี้มีพลังในการต้านมะเร็งได้ ในงานวิจัยนคนที่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ ซึ่งดื่มชาอย่างน้อยวันละถ้วยนั้นสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และการปกป้องจะดีมากในผู้ที่มียีนบางยีนอยู่ในร่างกาย

ชาเขียวนั้นทำมาจากใบชาแห้งของต้นชาที่มีชื่อว่า Camellia sinesis และดื่มทั่วไปในเขตเอเซีย ซึ่งนักวิจัยพบว่าจำนวนคนที่เป็นมะเร็งในเอเซียนั้นน้อยกว่าส่วนอื่นของโลก

ยับยั้งตัวรับนิวเคลียร์อาจตัดการส่งเลือดไปเลี้ยงมะเร็งได้

วิธีใหม่ในการยับยั้งการเกิดของเส้นเลือดที่จะมาหล่อเลี้ยงเนื้องอก อาจเกิดขึ้นได้จากการที่ตัวรับนิวเคลียร์ COUP-TFII (chicken ovalbumin upstream promoter-transcription factor II) ซึ่งเป็นการวิจัยมากกว่า 20 ปีของวิทยาลัยการแพทย์ Baylor โดยรายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร [Proceedings of the National Academy of Sciences](http://www.pnas.org/ (PNAS) ในวันที่ 11 มกราคม 2552 นี้

นักวิจัยอธิบายการทดลองที่เส้นเลือดใหม่ที่กำลังเจริญเติบโตและเนื้องอกนั้นถูกยับยั้งเมื่อไม่มี COUP-TFII งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าตัวรับสารเคมีนั้นควบคุมปัจจัยการเกิดของเส้นเลือดใหม่ที่มีชื่อว่า Angiopoietin-1 โดยตรง ซึ่ง Angiopoietin-1 นั้นเป็นตัวเพิ่มการพัฒนาของเส้นเลือดใหม่ การไม่มี COUP-TFII นั้นทำให้ Angiopoietin-1 ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เส้นเลือดหรือเนื้องอกนั้นไม่มีสามารถเจริญหรือเติบโต อาจเป็นเพราะเกิดการไหลของเลือดอย่างจำกัด

การได้รับรังสีจากเครื่อง CT อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง

รังสีจากเครื่อง CT ในปี 2007 อาจทำให้เกิดมะเร็งกว่า 29,000 กรณีและคร่าชีวิตชาวอเมริกากว่า 15,000 คน รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร Archives of Internal Medicine ซึ่งให้หลักฐานว่ามีชาวอเมริกาที่ได้รับการฉายรังสีเกินจากการตรวจวินิจฉัยโรค โดยเฉพาะจากเครื่อง CT

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้คือ ปริมาณที่มีนัยยะสำคัญของรังสีจากเครื่อง CT นั้นมากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคิดและเป็นจำนวนคนเป็นมะเร็งที่เป็นจำนวนที่มีนัยยะสำคัญด้วย มีการคาดการณ์ว่าจากการที่ทำ CT สแกนภายในปีเดียว หรือเพียงแค่ปี 2007 ก็ทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 15,000 คนไปแล้ว ซึ่งในแต่ละปีมีการทำ CT สแกนนับล้านครั้งและตัวเลขผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นทุกปี

มือถือไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งสมอง

นักวิจัยเดนมาร์กเผย ไม่มีตัวเลขการเพิ่มอย่างมากมายของผู้ป่วยมะเร็งสมองตั้งแต่การเพิ่มขึ้นของโทรศัพท์มือถืออย่างรวดเร็ว ตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1990 จนถึงปัจจุบัน นักวิจัยจากสมาคมมะเร็งแห่งเดนมาร์กได้สังเกตอัตราผู้ป่วยมะเร็งสมองในคนที่มีอายุ 29 ถึง 79 ปีในเดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์และสวีเดน

นักวิจัยพบว่าแนวโน้มอัตราการเกิดของมะเร็งสมองนั้นไม่มีส่วนเกิดจากการเกิดขึ้นจากมือถือ แต่อย่างไรก็ตามการศึกษานี้ยังคงต้องศึกษากันต่อไป รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร National Cancer Institute ระบุว่า คลื่นวิทยุสนามแม่เหล็กที่ปล่อยจากมือถือนั้น ซึ่งถูกเคยระบุว่าเป็นปัจจัยสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งสมองนั้น จากการวิจัยด้านกลไกทางชีววิทยานั้นสามารถระบุได้ว่าคลื่นวิทยุสนามแม่เหล็กนั้นไม่มีผลที่ทำให้เกิดมะเร็งสมองได้

ปรุงแครอททั้งหัวก่อนหั่นจะไปเร่งการต่อต้านมะเร็ง

คุณสมบัติต่อต้านมะเร็งของแครอทนั้นอาจมีประสิทธิภาพมากขึ้นถ้าแครอทนั้นไม่ถูกหั่นเป็นชิ้นก่อนปรุง นักวิทยาศาสตร์พบว่าการต้มแครอทก่อนหั่นนั้น แครอทจะมีสารต่อต้านมะเร็งอย่าง falcarinol คงอยู่เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับแครอทที่ถูกหั่น และการทดลองโดยการป้อนให้หนูกิน falcarinol นั้นพบว่าหนูมีการพัฒนาของเนื้องอกน้อยมาก

งานวิจัยนี้ทำโดยมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลซึ่งจะถูกไปนำเสนอที่งาน NutrEvent โดยเป็นงานประชุมวิชาการด้านโภชนาการและสุขภาพ ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส

การหั่นแครอทนั้นจะเป็นการเพิ่มพื้นที

ใช้เครื่องเทศไทยหรือโรสแมรี่ปรุงเนื้อเพื่อควบคุมสารก่อมะเร็ง

อากาศอุ่นนำไปสู่เนื้อที่มีรสชาติตามฤดูกาล ซึ่งจะถูกปรุงแบบบาร์บีคิว ย่าง ต้มหรือทอด ซึ่งกระบวนการปรุงเหล่านี้มีความสามารถในการก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งที่รู้จักกันดีในชื่อ heterocyclic amines (HCAs) ซึ่งมีวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดสารเหล่านี้โดยการใส่เครื่องเทศอย่างสารสกัดจากโรสแมรี่หรือเครื่องเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้ได้ระบุใน Food Safety Consortium

ภาพผู้ทำการวิจัยและผู้ร่วมวิจัยขณะปรุงเนื้อเสต็ก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคนซัส สเตรทระบุว่า การใส

พืชที่เต็มไปด้วยฟราโวนอยด์อาจลดความเสี่ยงมะเร็งรังไข่

ผู้หญิงที่รับประทานและดื่มอาหารที่ทำมาจากพืชที่มีฟราโวนอยด์, apigenin ตามธรรมชาติสูงแล้วอาจมีความเสี่ยงลดลงที่จะเป็นมะเร็งรังไข่ได้ apigenin นั้นพบได้ในผักคื่นช่าย พลาสลี่ ไวน์แดง ซอสมเขือเทศและอาหารจากพืชอื่น ๆ ซึ่งมีคุณประโยชน์ทั่วไป

ส่วนฟราโวนอยด์นั้นเป็นสารที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะปกป้องเซลล์ต่อการทำลายจากโมเลกุลออกซิเจน ในการศึกษานี้ ได้เปรียบเทียบฟราโวนอยด์ที่รับประทานในหมู่ผู้หญิงที่เป็นและไม่เป็นมะเร็งรังไข่ และยังได้รายงานด้วยว่าผู้หญิงที่รับประทาน

อยากลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม? กินวอลนัทสิ

ด้วยการรับประทานวอลนัท ผู้หญิงก็อาจสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมลงได้ นักวิจัยจากวิทยาลัยการแพทย์ มหาวิทยาลัยมาร์แชล ได้ค้นพบว่าหนูที่เลี้ยงในห้องทดลองที่มีการพัฒนาของมะเร็งมีนัยยะสำคัญของความเสี่ยงที่ลดลงของการเป็นมะเร็งเต้านม ถ้าป้อนให้กินวอลนัทในปริมาณที่เท่ากับมนุษย์ต้องรับประทานในแต่ละวัน

วอลนัทนั้นมีประโยชน์มากกว่าคุกกี้ มันฝรั่งทอด และ เฟรชฟราย เมื่อต้องการที่จะรับประทานของขบเคี้ยว นักวิจัยรู้ว่าในวอลนัทนั้นอุดมไปด้วยสารที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งสามารถป้

เบรกมะเร็งอาจหยุดการเกิดโรคได้

เบรกพันธุกรรมที่สามารถชะลอหรือหยุดโรคอย่าง Multiple sclerosis หรือ มะเร็งนั้นได้ถูกค้นพบแล้วโดยนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเอดินเบิร์ก ซึ่งการค้นพบนี้อาจนำไปสู่การรักษาแบบใหม่ต่ออาการป่วยต่าง ๆ ได้

ในอดีตเคยมีการคิดกันว่า มีกลุ่มของยีนหลักนั้น ที่มีหน้าที่คอยรับผิดชอบการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดสภาวะต่าง ๆ ได้ แต่นักวิจัยกลับพบยีนกว่าร้อยยีนที่ทำปฏิกิริยากันและนักวิจัยพยายามจะค้นหาจุดอ่อนเพื่อหยุดการเจริญเติบโตเอาไว้

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าความแปรผันของ

หน้าแดงด้วยเหล้ามีความเสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้น

คนที่มีอาการหน้าแดงเวลาดื่มแอลกอฮอล์ควรจะระวังในการมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ประมาณ 8% ของประชากร โดยเฉพาในหมู่คนเอเซียตะวันออก มีการขาดเอนไซม์ที่เป็นสาเหตุให้ผิวของคนเหล่านี้มีสีแดงขึ้นเมื่อดื่มแอลกอฮอล์

สถาบันเพื่อการเลิกแอลกอฮอล์และการติดแอลกอฮอล์แห่งชาติ (NIAAA)ในสหรัฐอเมริกาได้ทำการวิจัยแล้วพบว่าแม้คนที่ดื่มแบบปานกลางโดยการที่มีอาการหน้าแดงนี้จะมีโอกาสมากขึ้นในการเป็นมะเร็งหลอดอาหาร รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร PLoS Medicine

การแอลกอฮอล์ทำให้หน้าแดงนั้นเป็นความเด่นท

duocore