neuroscience

นักวิจัยพบโปรตีน ปิกะจูลิน เกี่ยวข้องกับจลศาสตร์การมองเห็น

นักวิจัยจากสถาบันชีววิทยาศาสตร์โอซาก้า ได้ค้นพบโปรตีนที่จำเป็นในการสิ่งข้อมูลการมองให้มีประสิทธิภาพไปสู่สมอง นักวิจัยเชื่อว่าโปรตีนมีบทบาทในการคาดการณ์ประสิทธิภาพของจลศาสตร์การมองเห็น นักวิจัยได้ให้โปรตีนใหม่นี้ชื่อว่า ปิกะจูลิน (Pikachurin) มาจากตัว ปิกะจู (Pikachu) ตัวละครการ์ตูนอนิเมชั่นอันโดงดังเรื่องโปเกม่อน ซึ่งมีความสามารถในการเคลื่อนที่เร็วและปล่อยสายฟ้าได้

รูปภาพจาก wikipedia

ไวรัสไข้สมองอักเสบแบบเจอีก่อปัญหาซ้ำซ้อนต่อสมอง

โรคไข้สมองอักเสบ เจอี (Japanese encephalitis (JE)) เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากไวรัสที่แพร่กระจายโดยยุง มีแหล่งระบาดอยู่ที่อิเนเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอัตราการตายปีละ 1,000 คน โดยผู้รอดชีวิตจากการติดเชื้อ 1/3 จะมีอาการทางสมอง ส่วนที่มีอาการดีขึ้นจะมีปัญหาทางจิต เช่นการเรียนรู้ได้ช้าลง สูญเสียความสามารถในการเรียนรู้ การพูด การเคลื่อนที่และความผิดปกติทางพฤติกรรม

เซลล์ประสาทจากสเต็มเซลล์สามารถรักษาโรคทางสมองได้

นักวิจัยจากสถาบันวิจัยการแพทย์เบิร์นแฮม ได้ค้นพบเป็นครั้งแรก ว่าการดัดสเต็มเซลล์ของตัวอ่อนแปลงพันธุกรรม (genetically programmed embryonic stem) สามารถกลายเป็นเซลล์ประสาทได้เมื่อปลูกถ่ายลงไปในสมอง งานนี้ตีพิมพ์ลงวารสารวิชาการ Neuroscience งานวิจัยนี้เป็นก้าวสำคัญในการรักษาโรคอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสันแบบใหม่ได้ จากการทดลองในหนูพบว่า ให้ผลในการรักษาหนูที่มีอาการทางสมองดีมาก และไม่มีหนูตัวไหนที่มีการแสดงของการเกิดเนื้องอกเนื้อจากการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์

สมองพวกรักร่วมเพศเหมือนเพศตรงข้าม

สมองของพวกรักร่วมเพศในเพศชาย มีความคล้ายคลึงกับเพศหญิง ในทางกลับกันพวกเลสเบี้ยนกลับมีสมองคล้ายผู้ชาย

นักวิจัยจากสถาบันสมองสตอกโฮล์ม ในสวีเดนได้ศึกษา ตัวแปร 2 ตัวแยกออกจากกัน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีผลกระทบกับรูปแบบการเรียนรู้และพฤติกรรม การศึกษานี้ทำในชายหญิง 90 คน แบ่งเป็นกลุ่มรักร่วมเพศ 40 คน รักเพศตรงข้าม 50 คนโดยใช้ เครื่องมือ MRI

สเต็มเซลล์ในสมองสามารถปลุกให้ตื่นได้

นักวิทยาศาสตร์คันพบโมเลกุลที่มีความสามารถในการตอบสนองในการทำให้สเต็มเซลล์ในสมองตื่นหรือหลับได้ ซึ่งหากสเต็มเซลล์นี้ตื่นจะสามารถกลายเป็นเซลล์ประสาทเพื่อช่วยซ่อมแซมสมองได้ ตามรายงานในวารสาร PNAS

งานวิจัยชี้ กินกับน้ำหนักขึ้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันทางชีวภาพ

“You are what you eat” คำนี้อาจใช้ไม่ได้อีกแล้ว หลังงานวิจัยชี้การกินมากขึ้น ไม่มีส่วนสำคัญในทางชีวภาพที่ทำให้อ้วนได้ การศึกษาในหนอนตัวกลมเป็นการเปิดทางให้ค้นพบเป้าหมายใหม่สำหรับยาควบคุมน้ำหนัก

ค้นพบสารเคมีที่ทำให้สมองรู้จักให้อภัยและลืมได้

รายงานการศึกษาด้านสมองแสดงให้เห็นว่าฮอร์โมนออกซิโตซิน (oxytocin) อาจกระตุ้นให้มนุษย์เชื่อในเหตุการณ์ต่าง ๆ หลังจากถูกหลอกลวงมา โดยฮอร์โมนจะไปกดบริเวณสมองที่ส่งสัญญาณกลัวไว้ การศึกษาครั้งนี้อาจนำไปสู่ความเข้าใจด้านความกลัวซึ่งจะโยงไปถึงโรคต่าง ๆ ได้

ในรายงานการวิจัยเก่าแสดงให้เห็นว่าออกซิโตซินมีผลในการเพิ่มความรู้สึกให้เกิดการเชื่อถือและแสดงให้เห็นถึงว่ามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความรู้สึกอื่น (ข้อมูลจาก ScienceNow) แต่ตอนนั้นส่วนที่ทำให้เกิดความเชื่อในสมองยังคงเป็นปริศนาอยู่ จนนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ทำการติดตามสมองของอาสาสมัคร 49 คนที่ให้เล่นเกมที่มีความเกี่ยวข้องกับความกลัวและการหลอกลวง

พบใช้ยาทางประสาทผิดวัตถุประสงค์จำนวนมาก

สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ในสหราชอาณาจักร รายงานว่ายากระตุ้นประสาท อย่างยารักษาอัลไซเมอร์ อาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ได้ เช่น นักศึกษาใช้รับประทานช่วงสอบ

รายงานนี้ชี้ว่าเป็นไปได้ที่จะมีการใช้ “ยากระตุ้นสมอง” เหล่านี้มากขึ้น ยาเหล่านี้อาจเร่งความจำระยะสั้นหรือทำให้คิดได้เร็วขึ้น ยาดังกล่าวเป็นยาที่ช่วยรักษาอาการผู้มีอาการประสาท หรือสภาพจิตใจ แต่ตอนนี้ยานี้เป็นที่นิยมมากในการใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากการแพทย์ เช่น ใช้เพื่อให้เรียนดีขึ้น หรือทำให้ตื่นตัวเพื่อทำงานได้ตลอด

กลไกการลบเลี่ยงของแมลงวันผลไม้นำไปสู่การควบคุมการเจ็บปวดในมนุษย์

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย ได้ค้นพบเป็นครั้งแรกว่าสวิตซ์ที่สำคัญที่ถูกพัฒนาในการรับรู้ถึงอาหารจนถึงสิ่งที่อันตรายในหนอนแมลงวันผลไม้ ควบคุมด้วยกลไกเวลาในสมองและระบบการรับรู้ การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงกลไกการหลบเลี่ยงที่เข้าไปร่วมกับกลไกการวิวัฒนาการ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการควบคุมการเจ็บปวดได้

Syndicate content