ออกกำลังกายสามารถต้านความชราได้

นักวิจัยเยอรมันชี้ การออกกำลังกายระยะยาวนั้นมีผลต่อการต้านทานความชราในระดับเซลล์ นักวิจัยได้มุ่งเป้าหมายการวิจัยไปที่ส่วนปลายของโครโมโซมที่เรียกว่า Telomere ซึ่งจะมีการปกป้องเพื่อให้ดีเอ็นเอของเซลล์นั้นมีความเสถียร แต่จะเกิดการสั้นลงตามอายุขัยของมนุษย์ นักวิจัยพบว่าส่วน Telomere นี้จะสั้นลงช้าลงในเซลล์ภูมิคุ้มกันที่สำคัญในนักกีฑา ที่มีประวัติการออกกำลังการยาวนานมาโดยตลอด

รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร Circulation โดยมหาวิทยาลัย Saarland เป็นผู้ทำวิจัย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งจากสวเดนที่ชี้ว่าการออกกำลังกายที่ทำให้หลอดเลือดแข็งแรงนั้นจะมีส่วนเชื่อมโยงกับความฉลาดและการประสบความสำเร็จทางการศึกษาในระดับสูง

Telomere นั้นจะเป็นส่วนปลายของดีเอ็นเอในโครโมโซม ที่จะเกิดการสั้นลงได้เมื่อเกิดการชราภาพหรือเกิดการแบ่งเซลล์ ซึ่งทุก ๆ ครั้งที่แบ่งตัวปลายจะสั้นลงจนถึงจุดหนึ่งที่ไม่สามารถสั้นไปกว่านี้ได้ เซลล์ก็จะตายลง และในตรงส่วนปลายนี้จะมีการปกป้องเพื่อให้ถูกทำลายโดยสภาวะที่ไม่พึ่งประสงค์ เปรียบได้กับ ส่วนปลายพลาสติกที่หุ้มปลายเชือกรองเท้าเอาไว้ไม่ให้รุ่ยขาดจากกัน นักวิจัยได้ทำการวัดความยาวส่วน Telomere ในตัวอย่างเลือดจาก 2 กลุ่มของนักกีฑามืออาชีพ และจากอีก 2 กลุ่มของตัวอย่างที่มีสุขภาพดีไม่สูบบุหรี่แต่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ

นักวิจัยพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการออกกำลังกายเป็นประจำของนักกีฑานั้นนำไปสู่การกระตุ้นกิจกรรมของเอนไซม์ที่มีชื่อว่า Telomerase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มาช่วยรักษาความเสถียรของ Telomere เอาไว้ เอนไซม์ดังกล่าวจะมาลดการหดสั้นลงของ Telomere ในเม็ดเลือดขาวชนิด leucocytes ซึ่งทำหน้าที่หลักในการต่อสู้กับการติดเชื้อและดรคต่าง ๆ และผลของเอนไซม์ Telomerase นี้จะพบได้ในกลุ่มนักกีฑาที่มีการออกกำลังกายมานับสิบ ๆ ปี ซึ่งนี้เป็นหลักฐาทางตรงของผลการออกกำลังกายต่อความชรา

ข้อมูลวิจัยนี้ได้ปรับปรุงความเข้าใจในระดับโมเลกุลของของผลจากการออกกำลังกายที่ไปป้องกันและลดโรคที่เกี่ยวข้องกับความชราไว้ได้ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านความชราบางคนก็ระบุว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็เพียงพอที่จะให้เซลล์เกิดการปกป้องส่วนของ Telomere แล้ว

นอกจากนี้ในรายงานที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Proceeding of the National Academy of Sciences โดยมหาวิทยาลัย Gothenburg ได้ทำการวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลในผู้ชายชาวสวีเดนจำนวนมากกว่า 1.2 ล้านคนที่เกิดระหว่างปี 1950-1976 ที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นทหารเมื่ออายุ 18 ปี นักวิจัยพบว่าคนที่มีหัวใจที่แข็งแรงยั้ยจะมีส่วนเชื่อมโยงกับความฉลาด ระดับการศึกษาที่จะเรียนได้สูงกว่าและจะสามารถมีสถานะทางสังคมได้ดีกว่า นอกจากนี้การศึกษาในฝาแฝดพบว่าปัจจัยสิ่งแวดล้อมและรูปแบบการใช้ชีวิตนั้นเป็นกุญแจสำคัญมากกว่าพันธุกรรม

งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Gothenburg นี้บ่งชี้ว่าการรณรงค์ให้ออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยเพิ่มมาตรฐานของการศึกษาให้สูงขึ้นได้ในประชากร ซึ่งนี้เกิดจากการออกกำลังกายที่ไปทำให้หลอดเลือดต่าง ๆ มีความแข็งแรง เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมอง ซึ่งทำให้เกิดการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทได้ดีและแข็งแรงขึ้น

ที่มา - bbc.co.uk

เอกสารอ้างอิง - Circulation และ PNAS

duocore