WHO กล่าวย้ำในคำแนะนำการใช้ยาต่อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ H1N1

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้กล่าวว่า ผู้ใหญ่และเด็กที่มีอาการป่วยรุนแรงจากการติดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไวรัส H1N1 หรือ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการซับซ้อนนั้นควรจะถูกรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่าง ยาทามิฟลู

แต่คนที่มีอาการไข้หวัดแบบอ่อนนั้นไม่ควรที่จะได้รับยาต่อต้านไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ H1N1

องค์การสหประชาชาติหรือ UN ได้กล่าวย้ำในการให้คำแนะนำครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมาในการใช้ยาต้านไวรัสในคนไข้ที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไวรัส H1N1 นั้นควรใช้ในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป องค์การอนามัยโลกได้ออกมาให้คำแนะนำในการใช้ยาต้านไวรัสเพื่อการรักษาคนที่มีอาการป่วยรุนแรงหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน

จากการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างยาต้านไวรัสอย่าง oseltamivir หรือชื่อทางการค้าคือ Tamiflu ซึ่งผลิตโดยบริษัทยา Roche ที่ประเทศสวิสต์เซอร์แลนด์ ได้ออกมาแนะนำว่ายานี้ควรใช้ต่อกลุ่มที่มีความเสี่ยงหรือผู้หญิงตั้งครรภ์ ยาต้านไวรัสนี้ไม่สมควรแนะนำให้แก่คนที่มีสุขภาพดีหรือคนที่มีอาการป่วยเป็นไข้อ่อน

นักวิจัยชาวอังกฤษได้ทำการแนะนำเพิ่มเติมว่าเด็กนั้นไม่ควรได้รับยาต่อต้านไวรัสเพื่อการรักษาอย่าง Tamiflu อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ายานั้นจะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนหรือยานั้นอาจมีอันตรายมากกว่าการรักษา นักวิจัยยังระบุว่าให้ทบทวนการกระจายยาต้านไวรัสที่มีอยู่ในปัจจุบันต่อเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีนั้นต่อข้อมูลการวิเคราะห์ทั่วไปของคลินิกจากการระบาดของไข้หวัดตามฤดู ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประโยชนืที่ขาดไปและผลข้างเคียงที่อันตราย

คำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ยังได้ระบุว่าผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกของตนนั้นได้ทำการทบทวนคำแนะนำในการใช้ยาต้านไวรัสในคนไข้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดู ผู้เชี่ยวชาญได้ประเมิณจากหลักฐานทางคลินิก รวมถึงการที่วารสาร British Medical Journal ได้ทำการพิจารณาไว้ ซึ่งองค์การอนามัยโลกนั้นเป็นกังวลต่อการใช้ยาต้านไวรัสต่อไข้หวัดใหญ่ที่ไม่ใช่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009

บริษัท Roche ได้ทำการแสดงข้อมูลที่มีนัยยะสำคัญทางคลินิกว่ายา Tamiflu นั้นมีผลดีและสามารถต่อต้านไวรัสได้ในเด็ก โดยข้อมูลดังกล่าวได้ถูกเสนอไปยังผู้ควบคุมการขายยาในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเพื่อให้พิจารณาวางขายยาสำหรับเด็กได้

ที่มา - reuters.com

เอกสารอ้างอิง - bmj.com

duocore