WHO ประกาศการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ​์ใหม่ 2009 ไปทั่วโลกอย่างเป็นทางการ

องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ทำการแถลงการประกาศการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ไปทั่วโลกหลังจากมีการประชุมเป็นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งนี้หมายถึงไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นี้มีการแพร่ระบาดไปอย่างน้อย 2 บริเวณของโลกซึ่งทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในอังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่นและชิลี แต่การที่ไวรัสนี้แพร่ระบาดไม่ได้หมายความว่าไวรัสนั้นจะเป็นสาเหตุของการป่วยหนักมากขึ้นหรือมีการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้เริ่มระบาดครั้งแรกในประเทศเม็กซิโกในเดือนเมษายนและจนถึงปัจจุบันได้ระบาดไป 74 ประเทศแล้ว รายงานอย่างเป็นทางการพบว่ามีผู้ป่วยเกือบ 30,000 คนทั่วโลกและมีผู้สียชีวิต 141 คนและมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อวัน

นี่เป็นการระบาดของไข้หวัดไปทั่วโลกในรอบ 40 ปี ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เกิดการระบาดของไข้หวัดไปทั่วโลกในปี 1968 ได้คร่าชีวิตประชากรโลกไปกว่า 1 ล้านคน อย่างไรก็ตามการระบาดครั้งล่าสุดนี้ดูเหมือนว่าไวรัสจะเพียงทำให้มีไข้อ่อนและไม่ฤทธิ์ปานกลางในคนส่วนใหญ่ คนที่ติดโรคนี้ส่วนใหญ่คือคนหนุ่มสาววัยทำงาน และคนที่มีอาการซับซ้อนคือคนแข็งแรง

ทางผู้เชี่ยวชาญได้ระบุว่า การประกาศของการเพิ่มระดับการระบาดเป็นระดับ 6 ของการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นคนเสียชีวิตหรือกรณีที่ร้านแรงเพิ่มขึ้น ทางองค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้ทำการปิดพรมแดนหรือทำการจำกัดการเคลื่อนย้ายของประชาการ สินค้าหรือบริการต่าง ๆ ซ่งทางผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรจะมีความสมดุลระหว่างการจัดการและการผ่อนปรน แต่ภาพการระบาดนั้นอาจเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีการระบาดไปทั่วโลกครั้งไหนที่ตรวจพบได้กระชั้นชิดหรือมีการติดตามใกล้ชิดเช่นนี้

ทางองค์การสหประชาชาติหรือ UN ได้ทำการประกาศว่าการประกาศขององค์การอนามัยโลกนั้น เป็นการประกาศการระบาดทางภูมิศาสตร์ ไม่ใช่เพื่อให้เกิดการตื่นตระหนกในแต่ละคน นอกจากนี้ทาง UN ยังได้ทำการเตือนว่าอาจจะเจอไวรัสที่มีความร้ายแรงขึ้นเมื่อโลกมีการพัฒนาขึ้น และในซีกโลกใต้ไวรัสนี้อาจจะกลายมาเป็นไข้หวัดตามฤดู ซึ่งในตอนนี้ไวรัสกำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไข้หวัดตามฤดูอยู่

ทางผู้เชี่ยวชาญได้เตือนสำหรับประเทศที่มีความยากจน โดยเฉพาะประเทศทางซีกโลกใต้ ที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อาจจะต้องเจอกับความเสี่ยงสูงจากการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นี้

ที่มา - bbc.co.uk

เอกสารประกอบ - who.int

duocore