การรักษาด้วยสเต็มเซลล์กลับทำให้เป็นเนื้องอก

เด็กชายที่ถูกรักษาด้วยสเต็มเซลล์จากทารกในครรภ์เพื่อรักษาโรคทางพันธุกรรมที่หายากชนิดหนึ่ง กลับมีการพัฒนาของเนื้องอกชนิดเริ่มต้น ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้สเต็มเซลล์เพื่อการรักษา

เด็กชายซึ่งปัจจุบันอายุ 17 ปีได้เข้ารับการให้สเต็มเซลล์ในปี 2001 ที่โรงพยาบาลมอสโคว์และหลังจากนั้น 4 ปีต่อมาได้ถูกทำการแสกนภายในและพบว่ามีเนื้องอกในสมองและไขสันหลังเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ถูกรายงานลงวารสารวิชาการ PLoS Medicine

แพทย์จากมหาวิทยาลัยเทล อาวิฟได้ทำการผ่าตัดเอาเนื้องอกที่ผิดปกติออก จากไขสันหลังและการทดสอบระบุว่าเนื้องอกนี้เกิดมาจากสเต็มเซลล์ ซึ่งนี้ทำให้เกิดหลักฐานชิ้นสำคัญที่โต้แย้งความปลอดภัยในการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ นอกจากเรื่องจริยธรรมการใช้สเต็มเซลล์ นอกจากที่มีความเป็นไปได้ที่สเต็มเซลล์จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งแล้ว นักวิจัยบางคนยังกังวลว่ามีความเป็นไปได้ที่การรักษาด้วยสเต็มเซลล์อาจส่งถ่ายไวรัสโดยไม่เจตนาและโรคอื่น ๆ ซึ่งทำให้เกิดอาการผิดปกติต่อผู้ที่รับ

แม้ว่าสเต็มเซลล์นั้นจะมีความสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่าง ๆ ได้และเป็นหนทางในการรักษาบางกรณีที่รักษาไม่ได้ แต่ในกรณีเด็กชายดังกล่าวได้รับสเต็มเซลล์เพื่อการรักษาภาวะที่เรียกว่า Ataxia Telangiectasia ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่สมองส่วนการเคลื่อนไหวและพูดถูกทำลาย เด็กได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากทารกในครรภ์ 3 ครั้งโดยการฉีดเข้าสมองและน้ำไขสันหลังรอบไขสันหลัง

หลังจากการปลูกถ่าย 4 ปี เด็กชายกลับมีอาการปวดหัว และแพทย์พบว่ามีเนื้องอก 2 ที่โดยอยู่ในไขสันหลังและสมองอย่างละที่ และที่สำคัญเนื้องอกอยู่ในต่ำแหน่งที่ถูกฉีดสเต็มเซลล์ลงไป หลังจากนั้น 1 ปีเมื่อเด็กอายุได้ 14 ปีแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเอาเนื้องอกแบบไม่เป็นมะเร็งออกจากไขสันหลังและพบว่าเนื้องอกนั้นประกอบด้วยเซลล์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากเนื้อเยื่อผู้ป่วยเอง และมีความเป็นไปได้ที่จะโตจากสเต็มเซลล์ที่รับบริจาคมา อย่างไรก็ตามนักวิจัยไม่สามารถตรวจสอบเนื้องอกที่อยู่ในสมองได้ แต่คาดว่าน่าจะเติบโตมาจากสเต็มเซลล์ที่ฉีดเข้าไปเช่นกัน

การที่สเต็มเซลล์ที่บริจาคกลับทำให้เกิดเนื้องอกนั้น อาจเพราะว่าคนที่ป่วยด้วยภาวะ Ataxia Telangiectasia นั้นจะมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้ไม่แน่ชัดว่าการรักษาด้วยสเต็มเซลล์จะสามารถรักษาภาวะนี้ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามทีมงานได้ระบุว่า อย่าเพิ่งตีความการวิจัยด้านการรักษาด้วยสเต็มเซลล์นั้นควรถูกยับยั้งไว้ ซึ่งทีมงานต้องการการวิจัยที่มากว่านี้ในความปลอดภัยในการรักษาต่อไป

ที่มา - bbc.co.uk

เอกสารอ้างอิง - PLoS Medicine

duocore