มลพิษของโอโซนที่พื้นดินมีความเข้มข้นสูงขึ้นในทุกวันนี้ ทำให้เกิดการยับยั้งการโตของพืชในแถบซีบโลกเหนือและเขตอบอุ่น ดังที่แสดงในวารสาร Global Change Biology ซึ่งบ่งชี้จากต้นไม้ที่เจริญเติบโต ด้วยวิธีการวัดชีวมวล พบว่ามีการลดชีวมวลลง 7% จากช่วงทศวรรษที่ 1800 และมีความคาดว่าการลดลงของชีวมวลจะเพิ่มขึ้นเป็น 17% ในปลายศตวรรษนี้

มลพิษโอโซนมีอัตราเพิ่มขึ้น 4 เท่าจากช่วงกลางของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงทศวรรษที่ 1700 ถ้าโลกเรายังคงมีการเผาผลาญเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ในอนาคตความเข้มข้นของโอโซนจะเพิ่มอย่างน้อยเป็น 2 เท่าของระดับในปัจจุบันในปลายศตวรรษนี้ ซึ่งจะมีความสามารถไปยับยั้งการโตของต้นไม้ได้
การศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิลินอยด์ นี้เป็นการสรุปทางสถิติครั้งแรกของการทดลองในการวัดว่าโอโซนจะทำลายผลผลิตของต้นไม้อย่างไร ด้วยการรวบรวมข้อมูลจากผลงานวิจัยตีพิมพ์จำนวน 263 ชิ้น
โอโซนเป็นก๊าซที่ก่อให้เกิดเรือนกระจกอันดับ 3 ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนโดยตรง และมลภาวะทางอากาศนี้ถูกตัดสินว่าทำลายต้นไม้มากที่สุด แต่ผลกระทบสำคัญที่สุดทำให้การตดค้างของคาร์บอนได้ออกไซด์บนโลกสูงขึ้น ทำให้กลายเป็นการเรือนกระจกที่มีความรุนแรงอันดับหนึ่ง โดยจะไปลดการดูดกลืนคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศของต้นไม่้ลง มลพิษโอโซนเกิดขึ้นเมื่อไนโตรเจนออกไซด์เกิดเป็นกิริยา photochemical กับสารระเหยอินทรีย์
ผลการวิจัยนี้หมายถึงการตอบสนองของต้นไม้ต่อมลพิษโอโซนนั้นได้วัดจากชีวมวลทั้งหมดของต้นไม้ และส่วนประกอบ ๆ เช่นใบ รากและยอด และพบว่าได้สูญเสียไปจากมลพิษโอโซน ด้วยการดูว่ามลพิษโอโซนนั้นมีผลกระทบต่อต้นไม้่อย่างไรนั้นมีความสำคัญเพราะจะมีผลกระทบในทางอ้อมต่อความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศซึ่งจะไปเพิ่มภาวะโลกร้อนขึ้น นอกจากนี้มลพิษโอโซนยังลดความแข็งแรงของต้นไม้ในการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในทางเขตเหนือและอบอุ่นด้วยการลดการยับยั้งการเจริญเติบโตลง งานวิจัยยังชี้ว่า ต้นไม้บางชนิดอ่อนไหวต่อมลพิษโอโซนมากจนถึงขั้นรากถูกยับยั้งการงอก
ที่มา - sciencedaily.com
เอกสารอ้างอิง - Global Change Biology
Comments
Post new comment