ยาปฏิสนธิอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งมดลูกในช่วงหลังของชีวิต

ผู้หญิงที่ใช้ยาปฏิสนธิเพื่อเร่งการตกไข่อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการพัฒนาเป็นมะเร็งมดลูกในช่วงหลังของชีวิต นักวิจัยได้ทำการศึกษาประวัติทางการแพทย์ของผู้หญิงจำนวน 13,000 คนที่ให้กำเนิดบุตรเมื่อ 30 ปีก่อน และพบว่าคนที่ใช้ยาในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิสนธิมีนัยยะสำคัญของการที่จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งมดลูกมากกว่าคนที่ไม่เคยใช้ยา

จากผู้หญิง 567 คนที่เคยได้รับยาเร่งการตกไข่ 5 ส่วนเกิดการพัฒนาเป็นมะเร็งมดลูกและเป็น 3 เท่าของคนปกติจากที่คาดไว้ว่าจะเป็นกัน

ผู้หญิงจำนวน 362 คนที่ใช้ยาเพื่อการปฏิสนธิที่มีชื่อว่า clomiphene จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 4 เท่าในการพัฒนาเป็นมะเร็งมดลูก ยาจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างไข่มากขึ้นโดยการไปยับยั้งฮอร์โมนเพศที่มีชื่อว่า oestrogen นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Hadassah-Hebrew ในเยรูซาเลม พบว่ายาเพื่อการปฏิสนธินั้นเกี่่ยวข้องเพียงเล็กน้อยแต่มีนัยยะสำคัญต่อความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งเต้านม มะเร็งผิวหนังและมะเร็งน้ำเหลือง รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร American Journal of Epidemiology

อย่างไรก็ตามนักวิจัยท่านอื่นกลับเห็นว่าการศึกษานี้เล็กเกินไปที่จะสรุปเช่นนั้นได้ โดยการศึกษาไม่ได้ให้รายละเอียดของประวัติการใช้ยาและจำนวนผู้หญิงที่เกิดการกัฒนาเป็นมะเร็ง

ยา Clomiphene จัดว่าเป็นขั้นตอนแรกในการรักษาสำหรับคู่ที่มีปัญหาด้านการปฏิสนธิ ซึ่งถ้าล้มเหลว ผู้หญิงจะได้รับฮอร์โมนโดยการฉีดเพื่อกระตุ้นรังไข่เพื่อสร้างไข่คราวละมาก ๆ ในครั้งเดียว

ที่มา - guardian.co.uk

เอกสารอ้างอิง - American Journal of Epidemiology

duocore