เทคนิคโบราณของการไถกลบพืชให้ลงไปสู่ดินเพื่อเพิ่มความอุดมสมบรูณ์อาจช่วยกับก๊าซเรือนกระจกเป็นเวลาหลายพันปีได้และป้องกันภาวะโลกร้อน พืชที่ก่อความร้อนอย่างเช่น ขยะจากฟาร์มหรือไม้ที่กระจุกตัวกันแน่นจนไม่มีอาการศเข้าออกจะสร้างสสารที่มีคาร์บอนสูงที่เรียกว่า ไบโอคาร์ ซึ่งจะสามารถเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มสารอาหารให้แก่ดิน
พืชดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศเพื่อการเจริญเติบโต และเก็บคาร์บอนไว้ในดินตามลำดับ
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอร์แนลเชื่อว่าไบโอคาร์นั้นสามารถเก็บคาร์บอนได้เป็นเวลาร้อยจนถึงพันปี นักวิจัยคาดว่าภายใต้รูปแบบการจำลองไบโอคาร์สามารถเก็บคาร์บอนได้ 1 พันล้านตันในแต่ละปี ซึ่งเท่ากับหรือมากกว่า 10% ของการปล่อยคาร์บอนของโลก ซึ่งมีประมาณ 8.5 พันล้านตันในปี 2007 ภายใต้รูปปัจจุบันที่เป็นอย่างนี้ เทคนิคดังกล่าวจะสามารถทำให้เก็บคาร์บอนได้ 0.2 พันล้านตันต่อปี ซึ่งต้องการการให้ความร้อนโดยไม่ใช้ออกซิเจนที่เรียกว่า pyrolysis ซึ่งมาจาก 27% ของกากพืชของโลกและการไถกลับลงสู่ดิน
นักวิจัยอ้างอิงการทดลองจาก 10 ฟาร์มของพืชและบ่งชี้ว่าไบโอคาร์สามารถเพิ่มผลผลิตได้ 3 เท่าอีกด้วย เนื่องจากการที่สสารอินทรีย์สามารถยึดตึดไว้กับสารอาหาร หน่วยงานด้านพลังงานนานาชาติ (International Energy Agency (IEA)) ได้กล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกนั้นไม่อาจควบคุมได้ ซึ่งนั้นควรหลีกเลี่ยงอะไรก็ตามที่จะทำให้เข้าสู่ภาวะอันตรายของการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศที่ขึ้นอยู่กับการปล่อยอะไรก็ตามที่เป็นผลเสียต่ออากาศในปลายศตวรรษนี้
IEA แนะนนำให้ประเทศอุตสาหกรรม 28 ชาติใช้ไบโอคาร์เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเทคนิคนี้เป็นสัญญาณเตือนต่อนักสิ่งแวดล้อมบางคนที่กังวลว่าอาจทำให้เกิดการทำลายป่า แต่ปัญหาหลักคือมีการทดสอบที่น้อยเกินไปในระดับใหญ่ ซึ่งมันจะยังคงเป็นทฤษฎีต่อไปหากไม่มีการแสดงกับพืชที่อยู่บนดิน
ดินที่มีไบโอคาร์ที่สร้างขึ้นโดยชาวอะเมซอนเมื่อพันปีที่แล้วยังคงมีคาร์บอนดำในดินเป็นประมาณ 70 เท่าของดินรอบ ๆ และมีสารอาหารมากกว่า เทคนิคนี้ไม่ได้มาแทนการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดจากมนุษย์โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอลซิล
ที่มา - reuters.com


