การใช้อัลตราซาวน์ต่อการเส้นเลือดดำอุดตัน (deep vein thrombosis (DVT)) นั้นอาจช่วยละลายก้อนเลือดได้เร็วกว่าการใช้ยาสลายก้อนเลือดอย่างเดียว จากงานวิจัยมหาวิทยาลัยอีโมรี่ซึ่งถูกนำไปเสนอในงานประชุมวิชาการ annual VEITHsymposium ที่ผ่านมา
การมีก้อนเลือดนั้นมีสาเหตุหลักของโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตัน การที่สามารถกำจัดก้อนเลือดได้เร็วที่สุดย่อมเป็นผลที่ดีกว่า DVT เป็นการแข็งตัวของเลือดที่เกิดขึ้นในเส้นเลือดดำ โดยเฉพาะที่ขา การหลุดของก้อนเลือดที่เรียกว่า embolus สามาหลุดจากผนังเส้นเลือดและเดินทางไปในกระแสเลือดไปยังปอดและทำให้เกิดการยับยั้งการไหลเวียนของเลือดได้ ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า pulmonary embolism ศัลยแพทย์คาดการณ์ว่าจะมีชาวอเมริการะหว่าง 350,000 คนถึง 600,000 คนต่อปีมีอาการเส้นเลือดอุดตันจากการแข็งตัวของเลือดและอย่างน้อย 100,000 คนเสียชีวิตต่อปี
แพทย์รู้ว่าการใช่้อัลตราซาวน์จากการใช้ยาเพื่อสลายก้อนเลือดเพื่ออย่างเดียวนั้นจะสามารถช่วยรักษาการไหลเวียนโลหิตได้ ป้องกันลิ้นของเส้นเลือดไม่ให้เสียหายและยังสามารถป้องกันความเป็นไปได้ที่จะเกิด pulmonary embolism นักวิจัยรักษาผู้ป่วย 37 คนที่ใช้ยาละลายก้อนเลือดที่เรียกว่า tPA (tissue plasminogen activator) ไปพร้อม ๆ กับการใช้อัลตราซาวน์เพื่อทำลายโปรตีนที่อยู่ในก้อนเลือดและส่งยาสู่ก้อนเลือดได้เร็วขึ้น
จาก 37 คน 16 คนมีอาการ DVT และ 21 คน มีอาการเส้นเลือดแดงอุดตันเฉียบพลัน สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นเส้นเลือดแดงอุดตันนั้นพบว่ามีการละลายของก้อนเลือดอย่างสมบูรณ์ และ 10 คนจาก 16 คนที่มีอาการ DVT นั้นมีการละลายของก้อนเลือดอย่างสมบูรณ์เช่นกัน 4 คนที่มีอาการ DVT นั้นมีส่วนหนึ่งของก้อนเลือดละลายและ 2 คนที่เหลือไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีเพียง 1 คนจาก 37 คนที่มีอาการซับซ้อน (เส้นเลือดอุดตันที่คอ) และส่วนใหญ่ใน 37 คน(83%) ได้ทำการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน(angioplasty) และ การใช้่ตข่ายขยายหลอดเลือด (stent replacement)
ปัจจัยความเสี่ยงของ DVT นั้นรวมถึงการอยู่ในท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ๆ การผ่าตัดล่าสุด กระดูกหัก การท้อง อุบัติเหตุรถชน การใช้ยาคุมกำเนิดและการใช้ยาระงับฮอร์โมน ความเสี่ยงนั้นเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะมากกว่า 65 ปีและผู้ที่สูบบุหรี่หรือมีความอ้วน
ที่มา - sciencedaily.com


