นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐเพนซิลวาเนียได้ทำการหาลำดับจีโนมของสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปอย่าง ช้างที่มีขอยาวที่เรียกว่า แมมมอธ ด้วยการสกัดดีเอ็นเอจากขนมา ลำดับดีเอ็นเอที่ได้แสดงให้เห็นว่าแมมมอธนั้นมีความใกล้เคียงกับช้างในปัจจุบัน และยังพบหลักฐานที่เป็นปัจจัยที่สำคัญ เช่น หลักฐานของการผสมพันธุ์กันในเลือดชิด ซึ่งนี้จะบ่งชี้ว่าทำไมสัตว์ยักษ์แบบนี้ถึงได้สูญพันธุ์ไป

และนอกจากนี้ยังแสดงความเป็นไปได้ในการฟื้นคืนชีพแมมมอธขึ้นมาใหม่ด้วยการสร้างจีโนมของมันขึ้นมาใหม่ ซึ่งทั้งหมดได้รายงานลงในวารสารวิชาการ Nature
ด้วยการถอดรหัสจีโนมนี้ ในทางทฤษฎี ข้อมูลที่ได้ในวันหนึ่งอาจช่วยให้่นักวิทยาศาสตร์นั้นคืนชีพช้างแมมมอธได้อีกครั้งด้วยการเติมลำดับที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแมมมอธลงในจีโนมของช้่างปัจจุบัน การหาลำดับจีโนมนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถกู้คืนข้อมูลทางพันธุกรรมที่เคยถูกเชื่อกันว่าจะสูญหายเมื่อแมมมอธตายลง การหาลำดับจีโนมนั้นแสดงให้เห็นว่าช้างแมมมอธที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ 10,000 ปีก่อนนั้น มีการวิวัฒนาการอย่างช้า ๆ
ลำดับดีเอ็นเอที่ได้แสดงให้เห็นว่าช้างแมมมอธแต่ละตัวนั้นมีความใกล้ชิดกันทางพันธุกรรมอย่างมากซึ่งนี้ทำให้มีความอ่อนไหวต่อการติดโรค และการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศหรือการล่าจากมนุษย์ นักวิจัยจะทำการวิเคราะห์ดีเอ็นเอเพื่อบ่งชี้จุดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแมมมอธ แต่นี้ก็ต้องการตัวช่วยเพื่อให้ทำงานได้ง่ายขึ้น ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้แสดงให้เห็นว่าช้างแมมมอธและช้างในปัจจุบันนั้นแยกสายพันธุ์กันเมื่อ 6 ล้านปีก่อนซึ่งเป็นเวลาเดียวกับมนุษย์นั้นแยกสายพันธุ์กับลิงชิมแพนซี แต่มีข้อแตกต่างคือช้างแมมมอธและช้างในปัจจุบันนั้นมีความใกล้เคียงกันทางพันธุกรรมมากกว่ามนุษย์และลิงชิมแพนซี
นักวิจัยทำการสกัดดีเอ็นเอจากซากแมมมอธและขนของมันมานานนับทศวรรษแต่ด้วยความที่มีอายุมาก ดีเอ็นเอเลยสลายตัวง่ายและปนเปื้อนไปด้วยราและแบคทีเรีย แมมมอธนั้นเป็นเป้าหมายที่ดีที่สุดในบรรดาสัตว์ที่สูญพันธุ์เพราะมีซากที่ถูกแช่แข็งหลังจากตาย และบางคนเชื่อว่าเนื้อนั้นยังคงรับประทานได้ นักวิจัยเชื่อว่าสามารถหาลำดับจีโนมช้างแมมมอธได้ 80% ซึ่งบ่งชี้หลักฐานว่าช้างแมมมอธนั้นแบ่งเป็น 2 กลุ่มเมื่อ 2 ล้านปีก่อน ซึ่งมีความแตกต่างทางพันธุกรรมอย่างชัดเจน โดยกลุ่มหนึ่งสูญพันธุ์ไปเมื่อ 45,000 ปีก่อน ส่วนอีกกลุ่มอยู่รอดจนสูญพันธุ์ไปเมื่อ 10,000 ปีก่อน
นักวิจัยคาดว่าเป้าหมายต่อไปของการหาลำดับจีโนมคือ นีอาลเดอร์ทัล (Neandertal) ซึ่งเป็นการต่อยอดงานวิจัยที่ตีพิมพ์ไปในการหาลำดับจีโนมของไมโตคอนเดรียนีอาลเดอร์ทัลต่อไป
ที่มา - reuters.com
เอกสารอ้างอิง - Nature


