งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอเนีย ซานดิเอโก ได้แสดงให้เห็นกลไกใหม่ว่าการที่มนุษย์รับประทานเนื้อแดงและนมเข้าไปนั้นมีส่วนร่วมในการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง โดยงานวิจัยระบุว่าการอักเสบนั้นเกิดขึ้นจากโมเลกุลที่เกิดจากการรับประทานอาหารเหล่านี้ซึ่งสามารถสนับสนุนการเกิดมะเร็งได้ รายงงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS)
ในปี 2003 นักวิจัยได้ศึกษาโมเลกุลที่ไม่ใช่ของมุนษย์ที่เรียกว่า N-glycolylneuraminic acid (Neu5Gc) ซึ่งเป็นไกลแคนชนิดหนึ่งหรือโมเลกุลน้ำตาลรูปแบบหนึ่ง โดยมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ได้ แต่สามารถรับได้จากการรับประทานเนื้อแดงในสัตว์ เมื่อได้รับร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันทืี่เป็นแอนติบอดี้คือ anti-Neu5Gc ซึ่งจะตอบสนองให้เกิดการอักเสบเรื้อรังได้
นักวิจัยสามารถแสดงให้เห็นว่าเนื้องอกนั้นมี Neu5Gc มากกว่าเนื้อเยื่อปกติ ซึ่งทำให้นักวิจัยเชื่อว่า Neu5Gc ต้องมีประโยชน์ต่อเนื้องอก แน่นอนเป็นที่รู้กันว่าบางการอักเสบเรื้อรังนั้นสามารถกระตุ้นมะเร็งได้ นักวิจัยได้คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเนื้องอกนั้นมีโมเลกุลที่ไม่ใช่ของมนุษย์ประกอบอยู่และมีการแสดงออกของแอนติบอดี้ต่อโมเลกุลนั้นอย่างเช่น Neu5Gc และ anti-Neu5Gc
การสะสมของ Neu5Gc ที่ผิดปกติในเนื้องอกมนุษย์นั้นต้องเผชิญหน้ากับแอนติบอดี้ ซึ่งนั้นทำให้เกิดการอักเสบที่จะไปสนับสนุนการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้ ซึ่งนี้เป็นสมมติฐานของงานวิจัยนี้
ด้วยการหนูเป็นโมเดลในการศึกษา หนูจะไม่มีโมเลกุล Neu5Gc ก่อนที่จะได้กินเนื้อแดงเป็นอาหาร หลังจากนั้นนักวิจัยได้ปลูกถ่ายเนื้องอกที่มี Neu5Gc ลงไปและให้แอติบอดี้ anti-Neu5Gc ของจำนวนหนูครึ่งหนึ่ง พบว่าในหนูที่ได้รับแอนติบอดี้นั้นจะเกิดการอักเสบและมีการเจริญของเนื้องอกเร็วขึ้น ส่วนในหนูที่ไม่ได้รับ anti-Neu5Gc นั้นจะมีการโตของเนื้องอกที่เป็นปกติ และพบว่ายาประเภท non-steroidal anti-inflammatory drugs หรือ NSAIDs นั้นลดขนาดเนื้องอกได้โดยจะไปยับยั้งการทำงานของแอนติบอดี้ต่อ Neu5Gc
ซึ่งจากการศึกษานี้สรุปได้ว่าการอักเสบเรื้อรังที่เป็นผลมากจากการสะสม Neu5Gc ในร่างกายจากการรับประทานเนื้อแดงนั้นกับแอนติบอดี้ต่อ Neu5Gc จะมีผลทำให้มีความเสี่ยงต่อมะเร็งเพิ่มขึ้น
ที่มา - physorg.com
เอกสารอ้างอิง - pnas.org


