การค้นพบโครงสร้างโปรตีนเปิดประตูสู่ยาในการต่อสู้กับไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัทเกอร์ และมหาวิทยาลัยเทกซัสในออสติน ได้รายงานการค้นพบที่สามารถช่วยนักวิทยาศาสตร์ออกแบบยาที่สามารถมาต่อสู้กับไข้หวัดนกและสายพันธุ์ไข้หวัดที่มีความรุนแรงอื่น ๆ ได้

ภาพที่สร้างจาก X-ray crystallography แสดงให้เห็นแสดงให้เห็นส่วนที่ทำปฏิกิริยากับโปรตีน CPSF30 (สีฟ้า) ในมนุษย์ของ NS 1 (สีน้ำตาล)ในไวรัสไข้หหวัด A รูปจาก sciencedaily.com

นักวิจัยสามารถค้นพบโครงสร้าง 3 มิติของด้านหนึ่งของโปรตีนในไวรัสไข้หวัด A ได้ ซึ่งด้านนี้ของโปรตีนจะจับกับโปรตีนในมนุษย์ และผลที่ได้คือจะไปกดภูมิคุ้มกันของมนุษย์และทำให้ไวรัสสามารถจำลองตัวเองได้ดีขึ้น โปรตีนของไวรัสนี้คือ NS1 ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีร่วมกันในทุกสายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัด A ซึ่งสกัดมาจากผู้ป่วย โดยไวรัสไข้หวัด A มีไวรัสไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ รายงานนี้ตีพิมพลงวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences

เป็นเวลา 10 ปีที่นักวิจัยได้ค้นพบโปรตีน NS1 ว่าจับกับโปรตีนในมนุษย์ที่มีชื่อว่า CPSF30 ซึ่งมีความสำคัญในการป้องกันมนุษย์ในการติดเชื้อไข้หวัด เมื่อโปรตีนไวรัสจับโปรตีน CPSF30 โปรตีนของมนุษย์จะไม่สามารถสร้างโมเลกุลที่จำเป็นในการกดการจำลองตัวเองของไวรัส ซึ่งงานวิจัยนี้พบว่าช่องการจับของ NS1 จะจับกับ CPSF30 เอาไว้

งานวิจัยนี้เปิดเผยจุดอ่อนของไวรัสไข้หวัด A ซึ่งระบาดสู่มนุษย์ทั่วโลกและก่อให้เกิดเสียชีวิตจำนวนมากในหลายภูมิภาค นักวิจัยจำเป็นต้องการโครงสร้างที่เป็นกุญแจเพื่อพัฒนาการต่อสู่กับโรคนี้

X-ray crystallography การที่สามารถจำแนกโครงสร้าง 3 มิติของโปรตีน NS1 ของส่วนที่ด้านทีมีจับกับโปรตีนในมนุษย์ ในระดับอะตอมได้ ซึ่งทำให้รู้ว่าโปรตีนของกดการทำงานภูมิคุ้มกันของไวรัสมีความสำคัญต่อไวรัสแค่ไหน นักวิจัยได้ลองทำการกลายพันธู์กรดอะมิโนในส่วนที่ทำปฏิกิริยาของ NS1 ซึ่งทำให้โปรตีนไม่มีความสามารถที่จะจับ CSPF30 อีกต่อไปทำให้ไวรัสไม่สามารถจำลองตัวเองเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งนี้แสดงให้เห็นว่าส่วนดังกล่าวมีหน้าที่กดการทำงานระบบป้องกันของร่างกาย และทำให้ไวรัสขยายจำนวนตัวเองได้ ซึ่งทำให้ส่วนนี้ของไวรัสเป้นเป้าหมายสำคัญต่อยากกำจัดไวรัส ซึ่งเป็นข้อดีเพราะว่าส่วนดังกล่าวจะเป้นส่วนที่อนุรักษ์ไว้ในไวรัสตระกูลไข้หวัด A ที่จำแนกจากมนุษย์ ซึ่งหากทำยาได้ก็จะมีผลยับยั้งไวรัสในตระกูลนี้ทั้งหมด

ที่มา - sciencedaily.com

เอกสารอ้างอิง - PNAS

Comments

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.