ยาพาราเชื่อมโยงกับหอบหืดในเด็ก

เด็กที่ได้รับยาพาราเซตามอลในช่วงวัยประถมมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาการหอบหืดในเด็ก เด็กมากกว่า 200,000 คนจาก 31 ประเทศเป็นตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่ใหญ่และเป็นการศึกษาที่เชื่อถือได้ โดยเชื่อมโยงโรคหอบหืดและพาราเซตามอลเข้าด้วยกัน นักวิจัยพบว่าเด็กที่ได้รับพาราเซตามอล เช่น Calpol ซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้แพร่หลายในเด็กมากกว่า 2 เดือน จะมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นหอบหืดได้ และเมื่อโตขึ้นเป็นเด็กช่วงต้นและได้รับยานี้ถี่ขึ้นจะทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคผิวหนังและ rhinoconjunctivitis (ภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมูกไหลและน้ำตาไหล)

นักวิจัยจากสถาบันวิจัยการแพทย์นิวซีแลนด์ (mrinz) ได้ตีพิมพ์รายงานนี้ลงวารสาร Lancet medical journal โดยบ่งชี้ว่าพาราเซตามอลเป็นปัจจัยเสี่ยงของหอบหืดในเด็ก ซึ่งไม่ได้พิสูจน์ว่ายาทำให้เกิดโรค แต่ก็ให้เหตุผลที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาดังกล่าว

นักวิจัยเน้นว่าการค้นพบนี้ไม่ได้ให้เหตุผลในการเลิกใช้พาราเซตามอลในเด็ก พาราเซตามอลยังคงเป็นยาที่แนะนำให้ใช้ในเด็กเพื่อลดอาการปวดและไข้ อย่างไรก็ตาม การค้นพบนี้ให้การสนับสนุนคำแนะนำในปัจจุบันขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งแนะนำว่าไม่ควรใช้พาราเซตามอลอย่างต่อเนื่อง แต่ควรใช้ในเด็กที่มีอาการไข้สูงเท่านั้น (38.5C หรือสูงกว่านี้)

ความแพร่หลายในการใช้พาราเซตามอลเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการที่โรคหอบหืดมีมากขึ้นทั่วโลกในระยะ 50 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ยาถูกวางจำหน่อยในท้องตลาด ความสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับโรคหอบหืดนั้นเกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงหนึ่งและการศึกษาอื่นที่ทำมาได้บ่งชี้ว่ายาดังกล่าวอาจมีผลต่อเด็กในครรภ์ เด็ก และผู้ใหญ่ แต่การศึกษาล่าสุดนี้ทำในระดับใหญ่และมองเป็นปัญหาระดับโลก

เด็กทั้งหมดกว่า 205,487 คนที่มีอายุ 6 และ 7 ปีได้เป็นตัวอย่างในการศึกษานี้ โดยผู้ปกครองจะเป็นผู้ตอบแบบสอบถามที่ถามถึงการใช้พาราเซตามอลเพื่อลดไข้ในขวบปีแรกของเด็กและความบ่อยในการใช้ในปีล่าสุด

นักวิจัยพบว่าเด็กที่ได้รับยาในขวบปีแรกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 46% ที่จะเป็นหอบหืด แต่เด็กที่ได้รับยาในปีล่าสุดจะมีโอกาสเป็นหอบหืดเพิ่มขึ้นตามปริมาณยาที่ได้รับ การใช้แบบปานกลางจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 61% และการใช้บ่อย (ต่อหนึ่งเดือน) จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากการใช้แบบปานกลาง ถ้าเด็กได้รับยาพาราเซตามอลในขวบปีแรก ก็มีโอกาศที่จะเป็น rhinoconjunctivitis เพิ่มขึ้น 48% และโรคผิวหนังเพิ่มขึ้น 35%

ความสำคัญของงานวิจัยนี้เน้นยำคำแนะนำของพาราเซตามอลว่าไม่ควรใช้อย่างทั่วไปในเด็ก

ที่มา - guardian.co.uk

เอกสารอ้างอิง - thelancet.com/

คำแนะนำจาก WHO - paracetamol

duocore