มลพิษทางอากาศให้ผลเหมือนสูบบุหรี่

มีการค้นพบมาก่อนว่ามลพิษไม่ทราบกลุ่มมีผลที่เหมือยสารที่ให้ผลร้ายเมื่อสูบบุหรี่ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัฐหลุยส์เซียน่า ได้รายงานที่การประชุมวิชาการ 236th National Meeting of the American Chemical Society ว่าคนที่หายใจเอามลพิษเราเหล่านั้นเข้าไปจะมีอนุมูลอิสระมากกว่าการสูบบุหรี่หนึ่งมวนโดยเฉลี่ย 300 เท่า

รูป PFRs ที่ค้นพบว่ามลพิษในอากาศมีผลเหมือนสูบบุหรี่ รูปจาก physorg.org

การค้นพบนี้อธิบายถึงปริศนาอันยาวนานทางการแพทย์ว่าทำไมคนที่ไม่สูบบุหรี่ถึงมีการพัฒนาไปเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่เช่นมะเร็งปอด

อนุมูลอิสระจากบุหรี่รู้กันมานานแล้วว่ามีผลร้ายต่อร่างกาย แต่จากงานนี้พบว่าอนุมูลอิสระที่พบในบุหรี่นั้นยังสามารถเจอได้ในอากาศในสถาพอนุภาคที่ละเอียด และสามารถก่อให้เกิดผลแบบเดียวกับการสูบบุหรี่ได้ นักวิทยาศาสตร์รู้มานานแล้วว่ามีอนุมูลอิศระในอากาศ อะตอม โมเลกุล และชิ้นโมเลกุลเหล่านี้่มีความว่องไวสูงในการทำลายเซลล์ในร่างกาย อนุมูลอิสระต่าง ๆ มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงหรือกระบวนการทางเคมีแสงอาทิตย์ (photochemical) ซึ่งมาจากโอโซน โดยอนุมูลอิสระที่พบส่วนใหญ่ในอากาศจะอยู่ในรูปก๊าซ และมีอายุน้อยกว่า 1 วินาทีจึงสลายตัวไป แต่ในทางตรงข้าม โมเลกุลที่พบใหม่นี้ ซึ่งถูกเรียกว่า persistent free radicals (PFRs) รวมตัวในอากาศในลักษณะอนุภาคขนาดนาโน และ อนุภาคละเอียดอื่น ๆ เช่น ก๊าซจากปล่องควัน ท่อไอเสีย และบ้านเรือน อนุภาคเหล่านี้ประกอบด้วย โลหะ เช่น ทองแดงและเหล็ก ซึ่งจะอยู่ในอากาศได้นานกว่าและถูกพัดพาไปได้ไกลกว่าอนุมูลอิสระทั่วไป

เมื่อ PFRs ถูกสูดดมเข้าไป อนุภาคเหล่านี้จะถูกดูดซับโดยปอด และเนื้อเยื่ออื่น ซึ่งจะเข้าไปทำลายดีเอ็นเอและภายในเซลล์ จากกศึกษาพบว่า 10-15% ที่เป็นมะเร็งปอดเป็นผู้ไม่ได้สูบบุหรี่ ซึ่งการศึกษาภาวะแบบนี้มีความจำเป็นต่อไป เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์สามารถจำแนก อนุภาค PFRs ที่เกี่ยวข้องกับโรคได้มากขึ้น

การสูบบุหรี่จะทำให้ได้ PFRs 2 เท่าของปกติ เพราะเมื่อสูบบุหรี่จนหมดจะใช้เวลาไปประมาณ 5 นาที คนที่สูบบุหรี่จะหายใจเอา PFRs ที่มีปริมาณพอกันระหว่างในอากาศและจากบุหรี่ ซึ่งทำให้เกิดผลเร็วขึ้น นักวิจัยแนะนำว่า ควรหลีกเลี่ยงที่ ๆ มีควันเยอะ เพื่อลดการสูดหายใจเอา PFRs เข้าไป

ที่มา - physorg.com

Comments

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.