
มีการเตือนถึงอนาคตที่น่ากังวัลของช้างในประเทศไทย โดยเป็นงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ทีมวิจัยได้มองเห็นหลาย ๆ ปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่มีการห้ามการใช้ช้างเป็นผู้ลากซุงตั้งแต่ปี 1989
ซึ่งการประกาศห้ามดังกล่าวทำให้ช้างกว่า 2,000 เชือกและควาญช้าง ไม่มีงานทำ ทำให้ช้างสวนใหญ่ต้องออกมาเร่รอนหากินข้างถนน แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปให้บริการเป็นการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มสภาพการทำงานสำหรับช้างหลายเชือกแต่อนาคตของช้างเหล่านั้นก็ยังมีอุปสรรค
การที่นำช้างมาให้บริการด้านการท่องเที่ยวแทน นักวิจัยพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า การที่นำช้างออกมาเดินถนนในบางพื้นที่ทำให้เกิดความเครียด และบอบช้ำทางจิตใจแก่ช้าง อีกทั้งยังสร้างความรำคาญแก่มนุษย์ที่สัญจรไปมา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เจริญเติบโต ทำให้ควาญช้างนิยมที่จะนำช้าง ซึ่งสามารถบาดเจ็บได้ง่าย มาออกหาเงินที่ตลาดท่องเที่ยวต่าง ๆ และด้วยการที่ซึนามิในธันวาคมปี 2004 และการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ทำให้เกิดผลกระทบมหาศาลต่ออุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยว ซึ่งการนำช้างออกเร่รอนเป็นหนทางสุดท้ายของควาญช้างที่จะมีชีวิตอยู่รอดกับช้างได้ ซึ่งจากการที่เกิดภัยธรรมชาติและราคาน้ำมันย่อมส่งผลกระทบถึงควาญช้าง สัญลักษณ์ของปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วคือหลักฐานเทปวิดีโอที่ใช้ช้างเด็กดึงดูดผู้คนในเข้าบาร์ในสไตล์ Flintstone ที่ภูเก็ต
โดยช้างจะยืนอยู่นอกบาร์ทุกคืนเพื่อเรียกนักท่องเที่ยว ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะทำให้ช้างเด็กนั้นมีอาการกลัวแสงสว่างต่อไปได้ และการที่เอาเข้ามาเดินถนนหรือยืนบนพื้นคอนกรีตนาน ๆ จะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่เท้าช้างได้ และนั้นจะก่อความเจ็บปวดมหาศาลแก่ช้าง ทีมวิจัยยังมีโอกาสได้เห็นการดูแลที่แย่ เช่น การให้ช้างยืนโดยใช้หัวแทน ซึ่งนี้เป็นการฝึกฝนที่ผิดเนื่องจากหัวช้างไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักตัวได้ในท่าทางดังกล่าว และฟาร์มช้างบางแห่งก็ให้ช้างทำงานและมีความเป็นอยู่ที่ไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้แย่ไปสักทุกอย่าง การดูแลที่ไม่ดีของช้างในปัจจุบันยังมีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสมัยที่ใช้ช้างลากซุง ซึ่งช้างที่อยู่ในฟาร์มจะถูกเลี้ยงดูเป็นอย่างดี และช้างที่ใช้ทำงานกว่า 2,000 เชือกในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่จับได้อาจจะถูกนำไปใช้เพื่อรักษาพันธุ์ช้างที่มีอยู่กว่า 1,000 ตัวในป่า ซึ่งจะมีการฝึกช้างที่จับมาได้เพื่อให้อยู่รอดในป่าได้โดยการฝึกจาก Thai Elephant Conservation Centre (TECC)
TECC สามารถหารายได้เข้ามาบริหารโดยการทำกระดาษจากมูลช้างหรือปุ๋ยจากมูลช้าง และยังมีโครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการให้เด็กที่เป็นออทิสติกมาคลุกคลีกับช้างเพื่อทำให้เกิดการบำบัดตามธรรมชาติ และยังมีฟาร์มช้างแม่สา ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูช้างเด็กที่เกิดจากการปฏิสนธิเทียม
นักวิจัยหวังว่ายะมีโอกาสได้วิจัยซ้ำเรื่องนี้ในช้างที่ บอสวาน่า ในปีถัดไปเพื่อออกคำแนะนำให้บริษัทท่องเที่ยวและหนังสือคู่มือแนะนำการดูแลช้างในทั้ง 2 ประเทศต่อไป ซึ่งประเทศแอฟริกาบางประเทศก็ได้เริ่มฝึกช้างเพื่อนำกลับไปปล่อยป่าเช่นเดียวกับไทย
ที่มา - physorg.com
Comments
น่าเห็นใจนะ .. มันหลายๆเรื่อง .. ถ้าพิมพ์หรือคุยกันคงยาวแหง
Post new comment