มาลาเรียเป็นโรคที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อมนุษยชาติ โดยมีการติดเชื้อและทำให้คนที่ติดเชื้อมีร่างกายทรุดโทรมกว่า 600 ล้านคน และ 3 ล้านคนเสียชีวิตต่อปี โดยมีแหล่งระบาดอยู่ในเขตร้อนทั่วโลก และเด็กกับหญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ
มาลาเรียติดเชื้อสู่มนุษย์ผ่านยุง โดยเชื้อที่เป็นปรสิตจะเข้าไปอาศัยในเม็ดเลือดแดง และเปลี่ยนเม็ดเลือดนั้นเป็นถุงเหนียว ที่มีปรสิตรุ่นลูกอยู่ 2-3 ตัว ถุงดังกล่าวจะเข้าไปติดกับขอบผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงม้าม และถูกทำลายโดยภูมิคุ้มกันของร่างกายเอง
นักวิจัยจาก WEHI ได้ค้นพบกุญแจสำคัญในกระบวนที่ถุงเหนียว (sticky sack) ที่เกิดจากเม็ดเลือดแดงไปเกาะ โดยนักวิจัยค้นพบโปรตีนใหม่ 8 ชนิดที่ขนส่งโปรตีนเกาะตัวของปรสิตที่ชื่อ PfEMP1 (Plasmodium falciparum erythrocyte membrane protein 1) มายังบนผิวเซลล์เม็ดเลือดขาว และเมื่อโปรตีน PfEMP1 มาอยู่บนผิวเซลล์แล้วจะทำให้เม็ดเลือดแดงกลายเป็นถุงเหนียวได้ นักวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าการนำโปรตีนออกเพียงตัวเดียวทำให้เกิดการรบกวนความสามารถของถุงเหนียวของปรสิตในการยึดเกาะเส้นเลือด
การค้นพบนี้เป็นการช่วยเพิ่มความเข้าใจว่าปรสิตควบคุมและออกคำสั่งเม็ดเลือดแดงอย่างไรเพื่อทำให้พวกมันอยู่รอดและป้องกันตัวจากภูมิคุ้มกัน โดยนี้ยังเป็นการบ่งชี้ว่ายาที่สามารถยับยั้งโปรตีนที่จำเป็นต่อการยึดเกาะดังกล่าว สามารถมาเป็นยาต้านมาลาเรียที่มีผลได้
ยาต้านมาลาเรียในปัจจุบันจะเป็นยาที่ยับยั้งกลไกเมตาบอลิสมหรือกลไกทางชีววิทยาของปรสิต แต่มาลาเรียมีวิวัฒนาการที่สามารถต้านยาเหล่านี้ได้ ซึ่งนี้บ่งชี้ว่าต้องมีหนทางที่มีผลมารักษาได้มากกว่านี้ โดยถุงเหนียวเป็นเป้าหมายสำคัญของยาต้านมาลาเรียในงานวิจัยตอนนี้
ที่มา - PhysOrg.com
Comments
Post new comment