ไวรัสไข้สมองอักเสบแบบเจอีก่อปัญหาซ้ำซ้อนต่อสมอง

โรคไข้สมองอักเสบ เจอี (Japanese encephalitis (JE)) เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากไวรัสที่แพร่กระจายโดยยุง มีแหล่งระบาดอยู่ที่อิเนเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอัตราการตายปีละ 1,000 คน โดยผู้รอดชีวิตจากการติดเชื้อ 1/3 จะมีอาการทางสมอง ส่วนที่มีอาการดีขึ้นจะมีปัญหาทางจิต เช่นการเรียนรู้ได้ช้าลง สูญเสียความสามารถในการเรียนรู้ การพูด การเคลื่อนที่และความผิดปกติทางพฤติกรรม

จากการวิจัยของ ศูนย์วิจัยสมองแห่งชาติ ในอินเดีย พบว่า ไวรัส JE ทำลายสมองได้ 2 ทาง โดยการไม่ทำลายเซลล์สมองแต่ยับยั้งไม่ให้เซลล์สมองเกิดใหม่ จากเซลล์ต้นกำเนิดของเซลล์สมอง (neural stem/progenitor cells (NPC)) และทำให้แหล่งเซลล์ต้นกำเนิดหายไป ซึ่งเป็นการทำลายสมองสองครั้งโดยไวรัส JE จะทำให้สมองเสียหายโดยการทำลายเซลล์ประสาทไพร้อมกับไม่ให้มีการป้องกันหรือซ่อมแซมเซลล์สมอง

เด็กจะมีผลต่อไวรัสมากกว่า ซึ่งเมื่อติดเชื้อจะทำให้เกิดการสูญเสียเซลล์ประสาทที่ระบบประสาทส่วนกลาง โดยเด็กเป็นช่วงวัยกำลังเจริญเติบโตของสมอง การติดเชื้อช่วงนี้จะก่อความเสียหายอย่างมหาศาลต่อกลไกทางจิตใจ นักวิจัยได้รายงานผลดังกล่าวลงวารสาร Neurochemistry

ความรู้ที่ได้ล่าสุดคือ ไวรัส JE จะไปยับยั้งการแบ่งตัวของ สเต็มเซลล์สมองหรือเซลล์ที่จะกลายเป็นเซลล์สมอง ซึ่งนี้เป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่า ไวรัสที่แพร่กระจายโดยยุงมีผลต่อสเต็มเซลล์สมองอย่างไร ซึ่งสาเหตุที่ผู้รอดชีวิตจากการติดเชื้อมีอาการทางสมองและความจำ อาจเกิดเนื่องจากสาเหตุนี่ที่เซลล์ต้นกำเนิดสมองหายไปจากส่วนที่เรียกว่า subventricular zone

การทดลองนี้ทดลองในหนูที่ติดเชื้อไวรัส JE โดยพบว่ามีกิจกรรมการแบ่งตัวขของเซลล์ NPC น้อยลงในบริเวณ subventricular zone กลไกที่เป็นไปได้ที่ไวรัส JE ไปลดการเพิ่มจำนวนของ NPC ได้ถูกศึกษาโดยการใช้วงจรชีวิตของเซลล์ เมื่อติดเชื้อไวรัส เซลล์จะไม่สามารถข้ามไประยะอื่นได้ นอกจากระยะพักตัว ซึ่งในเซลล์เพาะเลี้ยงและในสัตว์ทดลองพบว่าเมื่อติดเชื้อไวรัส JE กลไกการสังเคราะห์ดีเอ็นเอจะถูกยับยั้งไป ทำให้ไม่เกิดการข้ามไประยะอื่นของวงจรเซลล์

หากนักวิจัยสามารถรู้กลไกการทำงานของไวรัสได้ ก็สามารถสร้างยามารักษาได้ต่อไป

ที่มา - physorg.com

เอกสารอ้างอิง - [Neurochemistry ](not available now.)

Comments

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.