โดยทั่วไป คนเราเชื่อว่า เมื่อใช้หูฟังหรืออุปกรณ์ไร้สายและบลูทูธ ในการคุยโทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ จะมีความปลอดภัยมากกว่าการยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาฟังเลย ทั้งนี้เพราะมือทั้งสองยังสามารถจับพวงมาลัย แม้ว่ากำลังโทรศัพท์สั่งพิซซ่า หรือคุยกับคนที่บ้าน
แล้วสติและสมาธิในการขับรถล่ะ?
นักศึกษาปริญญาเอก โยโกะ อิชิกามิ (Yoko Ishigami) จากมหาวิทยาลัยดัลเฮาส์ซีได้ทำการทดลองเชิงจิตวิทยากล่าวว่า “การใช้อุปกรณ์ไร้สายไม่ได้มีความปลอดภัยมากไปกว่าการยกหูโทรศัพท์เคลื่อนที่ขึ้นมาฟังเลย” และรายงานการทดลองนี้ได้รับรางวัลที่หนึ่งในการแข่งขันระดับประเทศจาก สมาคมเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยบนท้องถนนของแคนาดา
เธอกล่าวว่า “การพูดและการฟังเป็นการทำงานที่ซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องคิดล่วงหน้าว่าคุณจะพูดอะไร ซึ่งทำให้คุณต้องสนใจการคุยโทรศัพท์มากกว่าการขับรถ” ดังนั้นเวลาที่คุณคุยโทรศัพท์ (แม้จะเป็นแบบไม่ได้ยกหูขึ้นมาฟัง) “แม้คุณจะขับรถและมองไปข้างหน้าได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะประมวลข้อมูลเพื่อตัดสินใจจากสิ่งที่คุณเห็น” เพราะคุณมัวแต่ตั้งใจคุยโทรศัพท์
นอกจากนั้น เมื่อมีอุปกรณ์เสริมไร้สาย ผู้ขับรถอาจจะชะล่าใจและอาจจะขับรถเร็วขึ้น ในขณะที่บางครั้งการยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาคุยอาจจะมีความปลอดภัยมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะผู้ขับรถจะขับรถช้าลง หรือหลบจอดข้างทางเพื่อจบบทสนทนานั้นๆ
จากการศึกษาหนึ่งของเธอยังบอกอีกว่า การคุยโทรศัพท์ขณะขับรถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายถึง 4 เท่า ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ไร้สาย หรือยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาฟังเลยก็ตาม และเธอยังสรุปอีกว่าไม่ควรอนุญาตให้มีการใช้โทรศัพท์ในขณะขับรถเลยไม่ว่าจะมีอุปกรณ์เสริมหรือไม่
ในสหรัฐฯ เมืองที่ไม่อนุญาตให้ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาคุยเลยได้แก่ นิวฟันแลนด์และลาบราดอร์ ควิเบกและโนวาสกอเชียในแคนาดา แคลิฟอร์เนีย คอนเน็กติคัต นิวเจอร์ซี นิวยอร์ก และวอชิงตัน (Newfoundland and Labrador, Quebec and Nova Scotia in Canada, and California, Connecticut, New Jersey, New York and Washington) [เหมือนในประเทศไทย] มีเพียงประเทศอินเดียเท่านั้นที่ไม่อนุญาตให้คุยโทรศัพท์ในขณะขับรถเลย ไม่ว่าจะมีอุปกรณ์เสริมหรือไม่
“ประเด็นก็คือไม่ค่อยมีที่ใดห้ามใช้อุปกรณ์เสริมไร้สายคุยโทรศัพท์ ซึ่งกลายเป็นว่ายิ่งทำให้คนคุยโทรศัพท์ขณะขับรถมากขึ้น” กล่าวโดยอิชิกามิ
ดร. เรย์มอน ไคลน์ (Dr. Raymon Klein) ศาตราจารย์ทางด้านจิตวิทยาจากจากมหาวิทยาลัยดัลเฮาส์ซีกล่าวว่า “อันที่จริงไม่มีอะไรน่าแปลกที่จะบอกว่าการคุยโทรศัพท์ขณะขับรถเป็นอันตราย แต่ว่าการที่พบว่าอุปกรณ์เสริมไร้สายแทบจะไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงของอุบิตเหตุเลยนั้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ถึงแม้เราจะบอกว่าเราใช้มือขับรถ แต่จริงๆ แล้วเราก็ต้องใช้สติและสมาธิในการขับรถเช่นกัน”
ที่มา: ScienceDaily
Comments
ยินดีด้วยครับ สำหรับข่าวแรกของพี่มุก
เป็นการทดลองที่ง่ายและได้รางวัลระดับชาติ ดีจริงๆ
เพราะผมคิดว่า คนทั้วไป 80% น่าจะรู้อยู่แล้วว่า การโทรศัพท์ ขณะขับรถไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ใด ๆช่วยก็ตาม โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็ยังมากอยู่ดี
แต่เขาทำออกมาเป็นการทดลอง ได้รางวัลไปอย่างง่ายดาย นี่ล่ะ เขาถึงว่า คิดให้ตายไม่ทำก็ไม่เห็นผล คนเก่งไม่จำเป็นต้อง วิจัยเรื่องยาก ๆเลยเพียงแต่ งานวิจัยเขาควรจะเป็นประโยชน์กับโลกก็เพียงพอแล้ว
เห็นด้วยอยางยิ่งครับเพราะจำได้เคยดูสารคดีออกมาว่ามันมีโอกาสมากกว่าเดิมอีกสี่เท่าแนะ
Post new comment