ความหลากหลายของธัญพืชสามารถเพิ่มได้ด้วยการศึกษาทางด้านจีโนมโดยไม่จำเป็นต้องตัดแต่งพันธุกรรม ซึ่งนี้เป็นภาระกิจหลักของงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยอาคันซอว์
โครงการนี้มีชื่อว่า RiceCAP ย่อมาจาก Rice Coordinated Agricultural Project ซึ่งได้เงินทุน 15 ล้านเหรียญสหรัฐจากกระทรวงเกษตร โดยมีเป้าหมายศึกษาร่วม 25 นักค้นคว้าทฤษฏีใน 12 มลรัฐ การศึกษาด้านจีโนมเป็นการศึกษารหัสของข้อมูลที่เก็บอยู่ในดีเอ็นเอ โครงการ RiceCAP เป็นโครงการที่ชักนำงานวิจัยด้านจีโนมให้เกิดการพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ในการเพาะพันธุ์พืชแบบทั่วไป
RiceCAP ยังมีโครงการทางด้านให้การศึกษา ซึ่งมีวิดีโอพอดคาสต์ความยาวห้านาทีนำเสนอรูปแบบของโครงการทั้งหมด โดยดูได้ที่ http://www.ricecap.uark.edu/outreach_downloads.htm
กระบวนการเพาะพันธุ์พืช เริ่มมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยทำการผสมข้ามสายพันธุ์เพื่อให้เกิดการปรับปรุงพันธุ์ให้ดีขึ้น ซึ่งใช้เวลา 7 ถึง 10 ปีหลังจากการผสมข้ามพันธุ์ในรุ่นพ่อแม่ ในการได้พันธุ์ที่ปรับปรุงแล้ว นักเพาะพันธุ์ใช้การจำแนกเครื่องหมายทางพันธุกรรมในงานวิจัยด้านจีโนมเพื่อเร่งกระบวนการเพาะพันธุ์ให้เร็วขึ้น เครื่องหมายทางพันธุกรรมจะแสดงถึงรหัสของดีเอ็นเอ ที่โยงไปถึงลักษณะพิเศษของยีนนั้น ซึ่งทำให้นักเพาะพันธุ์สามารถเลือกพืชที่ผสมข้ามพันธุ์ได้ง่ายขึ้น
เครื่องหมายทางพันธุกรรม เป็นเครื่องมือในการศึกษาจีโนมอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นการตัดแต่งพันธุกรรมแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะไม่มีผู้ค้าข้าวคนใดยอมรับพืชตัดแต่งพันธุกรรม
ปัจจุบันโครงการ RiceCAP สนใจในคุณลักษณะ 2 ลักษณะเด่นที่ต้องการ แต่ยากต่อการปรับปรุงพันธุ์เพื่อเพาะเลี้ยง คือการทนต่อเชื้อราในข้าวหรือทนต่อการขัดสีและการเสื่อมสลายของเปลือกข้าส และอีกลักษณะคือการที่คุณประโยชน์ของเมล็ดข้าวไม่หายไปหลังจากผ่านการสีข้าว ซึ่งทั้ง 2 ลักษณะเป็นปัญหาที่ยากเนื่องจากมีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมควบคุมเท่ากับการควบคุมทางยีน และลักษณะดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการแสดงออกของยีนหลายยีน
เมื่อเจอเครื่องหมายทางพันธุกรรมใหม่ ๆ ในการเพาะเลี้ยงพืช นักวิจัยใน RiceCAP สามารถเพิ่มความเข้าใจมากขึ้นในกลไกทั่วไปและความทนทานของเปลือกหรือผลผลิตที่ได้หลังจากการขัดสี
ที่มา - physorg.com
Comments
Post new comment