ถ้าเต่าทองญี่ปุ่นตัวผู้ไม่สามารถเจอ ฟีโรโมนเซ็กซ์ ที่ปล่อยออกมาจากเต่าทองตัวเมียได้ ก็จะไม่สามารถผสมพันธุ์ได้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส ได้ค้นพบเอนไซม์สำคัญที่ทำปฏิกิรยาต่อฟีโรโมนเหล่านั้น ในส่วนของระบบ olfactory ซึ่งนี่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับยาป้องกันศัตรูพืชได้ต่อไป งานนี้ตีพิมฑ์ลงวารสารวิชาการ Proceedings of the National Academy of Sciences
นักวิจัยได้ศึกษาว่าเต่าทองญี่ปุ่นจำแนก ฟีโรโมนเซ็กซ์ 2 ชนิดออกจากกันด้วยกลไกการดมกลิ่นได้ที่อยู่บริเวณหนวดได้อย่างไร เต่าทองจะมีประสาทตัวรับ olfactory 2 ตัวซึ่งอยู่ในส่วนที่มีความว่องไวสุดในโครงสร้างของหนวด หนึ่งในนั้นจะใช้ตรวจหาฟีโรโมนตัวเมีย อีกอันจะรับรู้ฟีโรโมนตัวเมียที่คล้ายกับเต่าทองโอซาก้า โดยถ้าเต่าทองญี่ปุ่นรับรู้ถึงฟีโรโมนสายพันธุ์อื่น มันจะไม่ผสมพันธุ์ ซึ่งนั่นหมายถึงสัญญาณหยุด
ในการศึกษาครั้งก่อน พบว่าเต่าทองญี่ปุ่นจะใช้โปรตีนหรือเอนไซม์ในบริเวณหนวด เพื่อไม่ให้ฟีโรโมนทำงาน โดยการย่อยสลายทางเคมี
ในการทดลองครั้งนี้นักวิจัยได้ คัดแยก จำแนก โคลนนิ่งและให้ยีนแสดงออกถึงโปรตีนที่ชื่อ PjapPDE โดยทีมวิจัยแสดงการสาธิตว่าเอนไซม์นี้มีปฏิสัมพันธ์กับฟีโรโมนจากเต่าทองญี่ปุ่นและเต่าทองโอซาก้า ซึ่งโปรตีนดังกล่าวจะหยุดยั้งการทำงานฟีโรโมนเพศเมียจากเต่าทองญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว และจะย่อยฟีโรโมนจากเต่าทองตัวเมียสายพันธุ์อื่นอย่างช้า ๆ
เป้าหมายในงานวิจัยครั้งนี้คือการทำให้การย่อยฟีโรโมนช้าลง โดยการหยุดการทำงานของเอนไซม์ลง ซึ่งอาจทำโดยการรบกวนความสามารถของเพศผู้ในการรับรู้ฟีโรโมนและการตรวจหาเพศเมีย
ปัจจุบัน เต่าทองญี่ปุ่นระบาดไป 22 มลรัฐทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกา โดยทำลายพื้นที่เกษตรกรรมไปมากมาย
ที่มา - physorg.com
ต้นฉบับ - PNAS.org
Comments
นักวิจัยไทยคงต้องศึกษาไว้บ้างมั้งครับ เพราะมีข่าวการพบปลาปิรันย่าในหลายๆจุดของแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่บ่อยพอสมควร พอถึงเวลาระบาดจะได้ตั้งรับได้ทัน
ขอคอมเม้นท์แก้อีกครั้งนะครับ “เอนไซม์” น่าจะสะกดเป็นอย่างงี้มากกว่านะครับ
Post new comment