ทะเลเป็นกรดมากขึ้นอาจจะส่งผลถึงสิ่งมีชีวิตในทะเล

จากข่าวใน Jusci ที่ว่าการใช้ครีมกันแดดอาจจะส่งผลให้ปะการังเกิดการฟอกสี มีผลการศึกษาใหม่จากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาชี้ว่าการที่น้ำทะเลเป็นกรดมากขึ้นอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์โลกร้อน ก็ส่งผลกระทบถึงสิ่งมีชีวิตในทะเลเช่นกัน

ปรากฏการณ์โลกร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อน้ำทะเลอย่างน้อยสองรูปแบบคือ ทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้นและทำให้น้ำทะเลเป็นกรดมากขึ้น น้ำทะเลอุ่นขึ้นกว่าปกติก็เป็นผลมาจากการที่อุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้น รวมถึงการที่น้ำทะเลได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรงมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศที่สูงขึ้น ก็ส่งผลทำให้นำทะเลเป็นกรดมากขึ้นเพราะด้วยอากาศที่ร้อนขึ้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สามารถลงไปผสมกับน้ำทะเลได้ดีขึ้น ถ้าใครยังจำที่เรียนในวิชาเคมีได้ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อรวมกับน้ำ จะได้กรดคาร์บอนิก ซึ่งการที่น้ำทะเลมีความเป็นกรดมากขึ้น ก็ส่งผลถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในท้องทะเลโดยตรง เช่นจากผลการศึกษา พบว่าทะเลฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกามีความเป็นกรดมากขึ้น และทำให้ปะการังในแทบนั้นเริ่มมีการฟอกสีให้เห็นแล้ว ซึ่งนักวิจัยจาก NOAA ก็ชี้ว่าสิ่งมีชีวิตในทะเลที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตเป็นส่วนผสมในเปลือก เช่น ปะการัง หอย และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เป็นต้นสายของห่วงโซ่อาหารจะได้รับผลกระทบโดยตรง

นอกจากอากาศที่ร้อนขึ้น ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงขึ้นแล้ว การเพาะปลูกที่มากขึ้นตามเขตชายฝั่งก็ส่งผลทางอ้อมให้ความเป็นกรดมากขึ้นได้เช่นกัน เพราะเมื่อมีการเพาะปลูกมากขึ้น ปริมาณสารเคมีจากการเพาะปลูกที่ไหลลงไปในท้องทะเลก็จะสูงขึ้น และก่อให้เกิดปรากฏการณ์กระแสน้ำสีแดง (red tide) หรือว่าการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของสาหร่าย (algae) ที่อยู่ในท้องทะเล และแน่นอน เมื่อมีสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ย่อมส่งผลถึงสมดุลย์ก๊าซออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เปลี่ยนแปลงไป และทำให้น้ำทะเลเป็นกรดมากขึ้นนั่นเอง

อีกหน่อยอาจจะใส่ two-pieces ลงเล่นน้ำทะเลไม่ได้แล้ว เพราะว่าจุ่มขาลงไป อาจจะเหลือแต่กระดูก

ที่มา

Comments

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.