การวิจัยล่าสุดค้นพบว่า จีโนมของโคแอนโนแฟลเจลเลต (Choanoflagellates) (สิ่งมีชีวิตจำพวกโพรทิสต์) มีระดับขั้นโปรตีนที่ใกล้เคียงสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์) ซึ่งโปรตีนในขั้นนี้มักใช้สำหรับการสื่อสารระหว่างเซลล์ในสิ่งมีชีวิตขั้นสูง
การวิจัยนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโกและห้องปฏิบัติการชีวโมเลกุลยุโรป (European Molecular Biology Laboratory - EMBL) ผลงานวิจัยนี้ช่วยยืนยันว่าโคแอนโนแฟลเจลเลตเป็นตัวเชื่อมโยงทางวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวไปสู่หลายเซลล์ นอกจากนี้การศึกษาในจีโนม ซึ่งทำให้ค้นพบโปรตีนกลุ่มนี้ อาจจะแสดงให้เห็นถึงบทบาทของมันนอกเหนือไปจากทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเซลล์
โคแอนโนแฟลเจลเลตหรือบรรพบุรุษของมันถูกตั้งข้อสงสัยมานานแล้วว่าน่าจะเป็นตัวเชื่อมโยงทางวิวัฒนาการจากจุลชีพ (สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว) ไปสู่สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เนื่องจากมีหลายหลักฐานยืนยันถึงข้อสรุปนี้ รวมไปถึงความเหมือนกันกับเซลล์ในฟองน้ำทะเล นอกจากนี้ โคแอนโนแฟลเจลเลตยังไม่เหมือนแฟลเจลเลตชนิดอื่นตรงที่ว่ามันใช้หางในการว่ายน้ำ แทนที่จะถูกหางลากไป
การวิเคราะห์ด้านจีโนมช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า รหัสพันธุกรรมของโคแอนโนแฟลเจลเลตมีเครื่องหมาย (marker) ของโมเลกุลโปรตีนสามชนิด ซึ่งโมเลกุลทั้งสามชนิดนี้จะใช้สำหรับกระบวนการ tyrosine phosphorylation ในสัตว์กระบวนการนี้จะใช้ในการสื่อสารกันระหว่างเซลล์ ทั้งในระบบภูมิคุ้มกัน ระบบฮอร์โมน หรือ การทำงานอื่นๆที่สำคัญของร่างกาย
โมเลกุล Tyrosine kinases (TyrK) จะทำหน้าที่สร้างข้อความ โมเลกุล Tyrosine phosphatases (PTP) จะทำหน้าที่ลบหรือดัดแปลงข้อความนั้นๆ ส่วนโมเลกุล Src Homolgy 2 (SH2) จะทำหน้าที่อ่านข้อความที่ส่งมาจากเซลล์อื่น หากไม่มีการทำงานของโมเลกุลสามชนิดนี้ร่างกายของเราจะไม่สามารถทำงานปกติ เช่น การย่อยอาหาร การสืบพันธุ์ หรือแม้กระทั่งการหายใจได้
การวิเคราะห์ด้านจีโนมในสิ่งมีชีวิตอื่น พบว่ามีระดับขั้นโปรตีนที่ต่ำ และจะไม่ครบทั้งสามชนิด นี้เป็นเพราะว่าสิ่งมีชิวิตพวกนั้นมีเพียงเซลล์เดียว จึงไม่ต้องการการสื่อสารระหว่างเซลล์ โคแอนโนแฟลเจลเลตจึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่โดดเด่นอย่างมาก และมันก็มีจำนวนมากพอๆกับสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ที่ใหญ่กว่า
ผลการวิจัยครั้งนี้ได้สรุปว่า การมีอยู่ของโมเลกุลทั้งสามชนิดในโคแอนโนแฟลเจลเลตอาจนำไปสู่การวิวัฒนาการไปเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ในภายหลัง และเป็นไปได้ด้วยว่ามีบรรพบุรุษของมันเองเหมือนกันที่พัฒนาการโมเลกุลนี้ขึ้นมา นอกจากนี้โมเลกุลทั้งสามชนิดสามารถสื่อสารได้หลายรูปแบบ รวมไปถึงการสื่อสารภายในเซลล์ๆเดียว นักวิจัยคาดว่าการศึกษารูปแบบการสื่อสารนี้ อาจช่วยให้เกิดวิธีใหม่ๆในการรักษาเซลล์ที่มีพัฒนาการผิดปกติในผู้ป่วยมะเร็ง และความผิดปกติด้านอื่นๆได้
ที่มา - Science Daily
Recent comments
2 days 4 hours ago
2 days 22 hours ago
3 days 13 hours ago
4 days 17 hours ago
4 days 17 hours ago
5 days 1 hour ago
5 days 2 hours ago
5 days 16 hours ago
5 days 19 hours ago
6 days 17 hours ago