จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์แนล ภาคการผลิตนมช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ โดยให้ฮอร์โมน Bovine Somatotropin (rbST) สังเคราะห์ กับโคนม ซึ่งจะทำให้โคนมให้นมได้มากขึ้น พร้อมทั้งใช้ทรัพยากรในการผลิตลดลงและลดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
ภาคการผลิตนมใช้ปัจจัยการผลิตทั้งที่ดิน พลังงาน และอาหารเลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมาก แต่ฮอร์โมน rbST ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพชิ้นแรกที่ใช้ในฟาร์มในสหรัฐฯ มากว่า 15 ปี ช่วยลดรอยกีบคาร์บอน (ตั้งล้อ รอยเท้าคาร์บอน) โดยการลดการใช้ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ในขณะที่สามารถคงกำลังการผลิตไว้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดได้
การวิจัยในครั้งนี้พบว่า เมื่อเทียบกันระหว่างโคนมที่ไม่ได้รับฮอร์โมน rbST ปริมาณนมที่ผลิตได้โดยโค 1 ล้านตัว จะสามารถผลิตได้เท่ากันกับโคนมที่ได้ rbST โดยโคนมน้อยลงไป 157,000 ตัว ซึ่งจะช่วยลดการใช้ข้าวโพด 491,000 เมตริกตัน ลดการใช้ถั่วเหลือง 158,000 เมตริกตัน โดยรวมจะช่วยลดปริมาณอาหารเลี้ยงโคนมไปได้ไปถึง 2,300,000 เมตริกตัน ทั้งนี้ผู้เลี้ยงโคนมจะใช้ที่ดินน้อยลง 219,000 เฮกเตอร์ นั้นจะช่วยลดการพังทลายของดินไป 2.3 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้การลดปัจจัยการผลิตต่างๆจะช่วยลดการใช้พลังงานอีกด้วย
เทียบจากตัวเลขสถิติของปี 2550 มีโคนม 9.2 ล้านตัวในสหรัฐฯ วัวทุก ๆ หนึ่งล้านตัวที่ได้รับ rbST จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และ ไนตรัสออกไซด์ไป 824 ล้าน 41 ล้าน และ 96,000 กิโลกรัมตามลำดับ การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จะเทียบเท่ากับการเลิกใช้รถในครัวเรือนไปราว 4 แสนคันหรือการปลูกต้นไม้ 300 ล้านต้น
นาย Judith L. Capper นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอร์แนลให้ความเห็นว่า การให้ฮอร์โมน rbST ในวงกว้างจะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการผลิตนม ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การเป็นกรดของน้ำ การแพร่กระจายของสาหร่าย และภาวะโลกร้อนได้
ที่มา - Science Daily
Recent comments
2 days 4 hours ago
2 days 22 hours ago
3 days 13 hours ago
4 days 17 hours ago
4 days 17 hours ago
5 days 1 hour ago
5 days 2 hours ago
5 days 16 hours ago
5 days 20 hours ago
6 days 18 hours ago